[SF] :: CINDERELLA :: [SHINee_MinhoxOnew]
posted on 27 Jan 2009 19:37 by kyosama in Bedtime-Stories
Title : [SF] CINDERELLA
Author : kyosama
Couple : Minho x Onew
Rate : ‘ส ส ส’ ค่ะ (คือ เสี้ยน สั้น และ สั่ว ค่ะ TvT;;)
Author’s note : ฟิคเมาๆมึนๆเพราะไรท์เตอร์เองก็เมาๆมึนๆ...TTwTT ยังไงก็ขอโทษล่วงหน้าถ้าอ่านแล้วงงๆนะก๊ะ
เทพนิยาย...
เจ้าชาย...
งานเต้นรำ...
นางฟ้าแม่ทูนหัว...
รองเท้าแก้ว...
ซินเดอเรลล่า...
คุณคิดว่ามีจริงไหมครับ...
.
.
.
เสียงดนตรียังคงดังกระหึ่มเหมือนเช่นเคย ห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่แห่งนี้ก็ยังคงแออัดยัดเยียดไปด้วยฝูงชนเหมือนเช่นเคย ใต้แสงไฟหลากสีที่ปรับจนสลัว ผู้คนต่างขยับกายโยกย้ายตามจังหวะเพลง บ้างก็นั่งรวมกลุ่มสังสรรค์กันตามโต๊ะ บ้างก็กำลังทักทายทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ และยังอีกจำนวนหนึ่งที่กำลังพลอดรักกันอย่างไม่อายต่อสายตาใคร
นัยน์ตาคมคู่โตเบือนหนีภาพเหล่านั้น
...น่าเบื่อ...
มินโฮยกแก้วมาร์ตินี่ขึ้นแกว่งเบาๆพอให้เครื่องดื่มสีสวยเคล้ากันจนเข้ารส จรดขอบแก้วที่ริมฝีปาก ก่อนจะส่งของเหลวสีฟ้าจัดลงคอรวดเดียวจนหมด ชายหนุ่มเบ้หน้า
...เปรี้ยวไปนิด แก้วต่อไปลองขอให้ลดเลมอนเนทลงสักหน่อยท่าจะดี...
เรียก บาร์เทนเดอร์มาสั่งออเดอร์แล้วก็นั่งมองโชว์การผสมค็อกเทลเป็นการฆ่าเวลา... นาฬิกาบนผนังด้านหลังบอกเวลาห้าทุ่มสี่สิบเก้า...ชายหนุ่มเกร็งตัวขึ้นโดย ฉับพลัน ขยับจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง แต่งทรงผมอีกสักหน่อย ก่อนจะยืดตัวนั่งหลังตรง
บนหน้าปัดทรงกลม...เข็มสั้นอยู่เลยเลขสิบเอ็ดจนเกือบถึงเลขสิบสอง...ส่วนเข็มยาวชี้ที่เลขเก้า
ทันเวลาเฉียดฉิว
สายตายังคงจับจ้องอยู่กับท่วงท่าการเคลื่อนไหวของนักชงเครื่องดื่มตรงหน้า หากหางตาเหลือบเห็นร่างของใครคนหนึ่งหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างๆ
...เหมือนเช่นทุกวัน...
ดวงหน้าอ่อนใสน่าสัมผัสยังคงขาวผ่องเหมือนเช่นเคย ริมฝีปากชมพูระเรื่อน่าจุมพิตยังคงปิดสนิทเหมือนเช่นเคย
...และนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มน่าหลงใหลคู่นั้นก็ยังคงทอประกายเรียบนิ่ง...ยากที่จะหยั่งถึงเหมือนเช่นเคย…
มือหนาเลื่อนบลูมาร์ตินี่ที่เพิ่งเสร็จหมาดๆไปตรงหน้าของคนข้างตัว เห็นอีกฝ่ายเลิกคิ้วเป็นเชิงถามก็ขยับรอยยิ้มบาง
“ขอให้ผมได้เลี้ยงคุณสักแก้วนะครับ”
น่าประหลาด...แม้จะไร้ถ้อยคำใดๆเอื้อนเอ่ย ทว่าเพียงแค่รอยยิ้มน่ารักที่ได้รับกลับมาก็สามารถทำให้มินโฮสำลักความสุขจนแทบจะหยุดหายใจ
“คุณ...เอ่อ...” ชายหนุ่มอึกอัก เริ่มวางตัวไม่ถูกเมื่อคู่สนทนาก้มมองแก้วค็อกเทลรสที่สั่งเป็นประจำก่อนจะ เลื่อนมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของเขา...รอยยิ้มมุมปากและสีหน้าฉายชัดเจนว่ารู้ ทัน ยิ่งสบสายตากับดวงตาลึกล้ำที่จ้องมาตรงๆไม่มีหลบก็ยิ่งทำให้ระบบความคิดใน สมองรวนจนยั้งปากตัวเองไว้ไม่ทัน
“คุณ...อยากได้เพื่อนใหม่บ้างไหมครับ”
โอ๊ย ฉิบหายแล้วไง
พูดอะไรออกไปวะเนี่ย ชเวมินโฮ!
อายแสนอายจนแทบจะกัดลิ้นตายไปให้พ้นๆเสียเดี๋ยวนั้น...หากยังคงฝืนยิ้มให้คนที่ตัวเองหมายปองไว้...เขายึดคติว่า ‘ด้านได้อายอด’ เพราะฉะนั้น...จนกว่าคนคนนี้จะออกปากไล่ ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่คิดจะล้มเลิกความพยายามง่ายๆหรอก
ร่างโปร่งหัวเราะเบาๆกับประโยคคำถามนั้น คีบก้านแก้วขึ้นมาแกว่งเล่นแล้วก็ส่ายหน้า…ยก เครื่องดื่มสีฟ้าสวยขึ้นชิมรส ลอบยิ้มขำกับอาการหน้าเจื่อนของคนแปลกหน้าแล้วก็หมุนตัวมาเผชิญหน้ากับคนตัว โตกว่า...เป็นครั้งแรกที่มินโฮได้เห็นอารมณ์อื่นนอกจากความเย็นชาสะท้อนอยู่ ในดวงตาคู่นั้น มือเรียวยกขึ้นทาบอกแกร่ง...ด้านซ้าย สัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นถี่รัวของอวัยวะใต้ผิวเนื้อแล้วก็จุดยิ้มพึงใจ
ชายหนุ่มหายใจติดขัด...รู้สึกว่าใบหน้าร้อนผะผ่าวไปหมด ก้อนเนื้อในอกก็เต้นแรงจนเจ้าตัวชักหวั่นว่ามันอาจจะหลุดออกมาข้างนอกได้จริงๆ
...พระเจ้าอยากได้วิญญาณของชเวมินโฮไปรับใช้ท่านบนสวรรค์เร็วๆหรืออย่างไรกันครับ ถึงได้วางแผนส่งยมทูตหน้ากลมตาใสแบบนี้มาพรากเอาลมหายใจของผมไป...
...ถ้าใช่...
...เขาคงต้องขอแสดงความยินดีด้วยเพราะแผนของท่านสำเร็จแล้ว...
มิ นโฮไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่...รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่เสียงท่วงทำนอง คลาสสิคดังแว่วหวานพอให้ทุกคนในอาณาบริเวณเคาท์เตอร์บาร์ได้ยินกันโดยรอบ... ทันทีที่ได้เห็นต้นกำเนิดเสียง...หัวใจของชายหนุ่มก็กระตุกวูบ...
...เข็มสั้นและเข็มยาวพร้อมใจกันชี้ที่เลขสิบสองพอดี...
เจ้า ของใบหน้าน่ารักละมือนิ่มออกจากอกของอีกฝ่าย ส่งยิ้มหวานชวนมองให้ก่อนจะหยัดตัวลุกขึ้นยืน ร่างโปร่งเพรียวผินหลังให้ก่อนจะสาวเท้าเดินจากไปโดยไม่มีแม้แต่คำล่ำลา ภาพแผ่นหลังบางที่ค่อยๆกลืนหายไปกับกลุ่มคนทำให้ชายหนุ่มใจหายวาบ...
...จะปล่อยไปเฉยๆอย่างนี้น่ะหรือ...?
ไม่ รู้ว่าเป็นเพราะแอลกอล์ฮอล์จากบลูมาร์ตินี่กว่าห้าแก้วที่ซึมอยู่ในกระแส เลือดตอนนี้หรือเพราะสัมผัสที่ได้รับจากคนคนนั้นกันแน่...ที่ทำให้มินโฮกล้า ที่จะตะโกนว่าเดี๋ยวก่อน เรียกคนที่กำลังจะจากไปให้หยุดนิ่งแล้ววิ่งตาม สองขาพาร่างสูงแทรกผ่านกลุ่มคนเบียดเสียดมาหยุดอยู่ตรงหน้าเจ้าของเรือนผมสี น้ำตาลนุ่ม มือหนาคว้าข้อมือเล็กเอาไว้หลวมๆ...ถามทั้งที่ยังหอบหายใจหนัก...
“คุณ...ชื่อล่ะ...ผมยังไม่...รู้จักชื่อคุณเลย”
คราวนี้คนถูกถามยิ้มกว้างกว่าครั้งไหนๆ...เสียงหัวเราะกังวานใสช่างก้องนักในความรู้สึกของคนฟัง แก้มกลมที่มินโฮคิดมาเสมอว่าคงจะนิ่มน่าฟัดน่าดูยกดันนัยน์ตาเรียวให้ปิดจนแลดูคล้ายรูปจันทร์เสี้ยว ริมฝีปากสีหวานยังคงไม่เอ่ยวาจา หากกลับยกมือข้างที่ว่างอยู่ขึ้นแตะบริเวณอกด้านซ้ายของตัวเอง ประสานสายตากันเกือบนาที คนตัวเล็กก็บิดข้อมือเบาๆเพื่อเตือนให้พันธนาการที่ยึดไว้คลายออก มินโฮจำต้องปล่อยอีกฝ่ายออกจากการเกาะกุม...ได้แต่มองแผ่นหลังคุ้นตากลืนหายไปกับคลื่นมนุษย์ด้วยสายตาอาวรณ์
...ทั้งที่ถ้าขืนแรงเอาไว้อีกสักหน่อยก็จะสามารถรั้งเอาไว้ได้แล้วแท้ๆ...
ชาย หนุ่มลากเท้ากลับมานั่งที่เคาท์เตอร์อย่างหมดอาลัยตายอยาก มองแก้วใสที่ยังบรรจุของเหลวเปี่ยมแอลกอล์ฮอล์สีฟ้าสดไว้กว่าครึ่งแล้วก็ ผ่อนลมหายใจ...แอบมองเขาอยู่ฝ่ายเดียวมาร่วมเดือน...วันนี้นึกว่าพอจะได้มี โอกาสสานสัมพันธ์ให้มันคืบหน้าไปบ้าง แต่ก็กลับกลายเป็นว่าพังไม่เป็นท่าเพราะความปอดของตัวเองจนได้...
มิ นโฮส่งสัญญาณเรียกบริกรให้มาคิดเงินค่าเครื่องดื่ม...บิลแจ้งจำนวนเงินติด ค้างสี่หมื่นห้าพันวอนถูกวางลงตรงหน้า...ชายหนุ่มล้วงมือลงในกระเป๋ากางเกง ควานหาสิ่งที่ต้องการอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกลอกตาอย่างเหนื่อยใจเมื่อนึกอะไร บางอย่างได้
เขาลืมกระเป๋าเงินไว้ในรถ
ชาย หนุ่มทอดถอนใจกับความไม่ได้เรื่องของตัวเองอีกครั้ง...ด้วยความที่เป็น ลูกค้าประจำและมีพฤติกรรมจ่ายเงินครบทุกครั้งไม่มีขาด ทำให้บริกรไม่ว่าอะไรเมื่อเขาขอออกไปหยิบกระเป๋าเงินที่รถ...หากสัมผัสคมสาก ที่นอกเหนือจากสัมผัสเย็นเยียบของกุญแจโลหะในกระเป๋าเสื้อทำให้ชายหนุ่มขมวด คิ้วมุ่น...ดึงออกมาวางบนเคาท์เตอร์พร้อมกับพวงกุญแจรถ...
...เศษกระดาษสีน้ำตาลอ่อนยับยู่ยี่แผ่นเล็ก...ประดับด้วยตัวอักษรสีดำสวยเรียงกันเป็นระเบียบ...
‘ อีจินกิ
010-8059-XXXX
ยินดีที่ได้รู้จักนะ ;p ’
ชเว มินโฮหัวเราะ เพียงแค่เศษกระดาษแผ่นเดียวทำให้โลกอันมืดมนของเขาดูสว่างสดใสขึ้นมาทันตา ...นึกถึงความรู้สึกตอนที่มือนิ่มสัมผัสอกซ้ายจนหัวใจเต้นถี่สลับกับ เหตุการณ์ยามที่คนตัวเล็กยกมือขึ้นทาบอกด้านซ้ายของตัวเมื่อเขาเรียกรั้งถาม ชื่อแล้วก็อดหัวเราะออกมาดังๆอีกทีไม่ได้...
...อีจินกิ...
ชายหนุ่มยกแผ่นกระดาษขึ้นจุมพิตแผ่ว บรรจงพับเก็บใส่กระเป๋าเสื้อที่เดิม วางแบงค์หมื่นวอนเจ็ดใบที่บังเอิญเจอซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงอีกข้างลงบนเคาท์เตอร์หินอ่อน ขยับปากบอกบริกรหนุ่มว่าไม่ต้องทอน แล้วก็เดินฮัมเพลงออกจากร้าน...
...ภาพใบหน้าน่ารักแต้มรอยยิ้มหวานชวนหลงใหลกับแววตาพราวระยับคู่นั้นยังคงแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำ...
มินโฮยกยิ้มมุมปากอย่างอารมณ์ดี
...ร้ายไม่เบาเหมือนกัน...
.
.
.
...ซินเดอเรลล่า...ไม่มีจริงหรอกครับ...
ไม่มีซินเดอเรลล่า...
จะมีก็แต่อีจินกิคนนั้น...คนที่ชเวมินโฮแอบมองอยู่จากมุมนี้ทุกวัน...ก็เท่านั้นเอง
ไม่มีรองเท้าแก้ว...
จะมีก็แต่เศษกระดาษแผ่นเล็กๆแผ่นนั้น...ที่อีจินกิทิ้งเอาไว้ให้ชเวมินโฮ...ก็เท่านั้นเอง
ไม่มีชุดกระโปรงฟูฟ่อง...
จะมีก็แต่เสื้อเชิ้ตพับแขนสีขาวกับกางเกงสแลคขายาวสีดำสองตัวนั้น...ที่เห็นอีจินกิใส่ทุกครั้งที่มาที่นี่...ก็เท่านั้นเอง
ไม่มีนางฟ้าแม่ทูนหัว...
จะมีก็แต่บาร์เทนเดอร์ประจำผับคนนั้น...ที่ช่วยชงบลูมาร์ตินี่แก้วโปรดของอีจินกิให้ชเวมินโฮได้ใช้เชื่อมความสัมพันธ์...ก็เท่านั้นเอง
ไม่มีงานเต้นรำ...
จะ มีก็แต่สถานเริงรมย์แห่งนี้...ที่ทั้งคู่เลือกจะใช้เป็นที่คลายความเหนื่อย ล้าจากเรื่องราวหนักหนาทั้งหลายในชีวิตประจำวัน...ก็เท่านั้นเอง
ไม่มีเจ้าชาย...
จะมีก็แต่ชเวมินโฮคนนี้...คนที่แอบมองอีจินกิอยู่ตรงนี้ทุกวัน...ก็เท่านั้นเอง
เพราะว่าโลกที่ผมกำลังปล่อยลมหายใจทิ้งไปวันๆใบนี้มันไม่ใช่โลกในเทพนิยาย
แต่มันคือชีวิตจริง
...ซินเดอเรลล่าไม่มีจริงหรอกครับ
TALK บ้างอะไรบ้าง
ฟิคชายนี่เรื่องแรกค่ะ
ฟังเพลงซินเดอเรลล่าของ Tattoo Colour บวกกับความเสี้ยนโฮอนเลยออกมาเป็นฟิคนี้ค่ะ
ความจริง...พอแต่งเสร็จแล้วกลับมาอ่านรู้สึกว่าทำไมพี่อนดูแฮ่นจังยังไงไม่
รู้ =____= แลดูผิดคาแรคเตอร์ไป(ไม่)นิด
ยังไงก็รบกวนให้ช่วยทำเป็นไม่สนใจแล้วอ่านๆไปเถอะนะคะ ก็โฮอนน่ารักนี่นา!
={}=~!! (<< นี่คือต้องการอะไรจากสังคม? ๕๕๕๕)
แต่งสดรวดเดียวจบ ยังไงถ้าอ่านแล้วไม่เข้าใจก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ TvT
ขอบคุณทุกคนที่ทนอ่านมาจนถึงตรงนี้ค่ะ! :D (แต่จะขอบคุณมากกว่าถ้าทิ้งคอมเม้นท์ไว้ทักทายไรท์เตอร์บ้างนะคะ
TTvTT;; ๕๕๕๕)















