[FIC] ANGEL BOY chapter II - 50% [BangZelo]

posted on 10 Oct 2013 10:17 by kyosama in ANGEL-BOY

 

 

ANGEL BOY

chapter II

 

 

 

ยงกุกสวดภาวนา

 

คนทำขนมปังคุกเข่าต่อหน้าแท่นบูชา สองมือเกี่ยวประสานไว้ที่อก ก้มหน้าแสดงความสำรวม.. เดิมทีเขาไม่เคยเชื่อถือเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่ในเมื่อไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้อีกแล้ว ชายหนุ่มก็ได้แต่จำยอม

 

ร้านขนมปังของเขากำลังจะถูกปิด ด้วยขาดทุนจนไม่มีเงินจ่ายสัญญาเช่า และไม่มีทุนรอนพอจะหมุนค่าใช้จ่ายภายในร้านอีกต่อไป

 

ยงกุกไม่ใช่คนมีฐานะ ร้านขนมปังนี่ก็เป็นเพียงธุรกิจที่เขานำเงินเก็บทั้งหมดที่มีบวกกับเงินกู้ยืมเล็กๆน้อยๆมาลงทุน เหลือเงินสำรองติดตัวแค่พอซื้อวัตถุดิบเข้าร้านวันต่อวัน พอเกิดปัญหาจึงไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไร จะกู้เงินเพิ่ม สภาพธุรกิจที่ทรงๆทรุดๆมานานแรมปีก็ทำให้เครดิตขาดความน่าเชื่อถือเสีย ครั้นจะให้ไปกอดขาอ้อนวอนเจ้าของที่ให้เมตตา คนใจแข็งอย่างเขาก็ทำมาแล้ว แต่ก็ไม่เห็นได้เรื่องอะไร

 

จะให้ร้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่นน่ะหรือ? ..ลืมไปได้เลย ในเมืองใหญ่ที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คนซึ่งต่างก็ดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดเช่นนี้ ไม่มีใครเต็มใจเป็นที่พึ่งให้แก่เขา แม้แต่เพื่อนบ้านที่เคยคิดว่ามีสัมพันธ์ที่ดีด้วยอยู่เสมอ พอตกที่นั่งลำบากเข้าจริงๆก็พากันหายลี้หนีหน้าไปเสียหมด ขนาดเดินผ่านถึงหน้ารั้วบ้านแล้วยังไม่เห็นแม้แต่เงา

 

แต่ชายหนุ่มก็คิดว่าตนพอเข้าใจ คนในย่านนี้ใช่ว่าจะร่ำรวยนัก ลำพังแค่ดูแลครอบครัวตนเองก็ปากกัดตีนถีบแล้ว จะหวังให้มีเหลือมาเอื้อเฟื้อถึงคนนอกไส้อย่างเขานั้นยากยิ่งกว่าให้แมวออกลูกเป็นไข่เสียอีก

 

ในขณะที่กำลังมืดแปดด้าน ในใจลึกๆก็คิดแล้วว่าคงต้องยอมรับสภาพตามที่มันควรจะเป็น ป้าชินเอท้ายตลาดที่มักจะเอ็นดูเขามากกว่าใครก็เสนอทางเลือกให้

 

‘ลองบูชาเทพีปักษาดูไหม’ นางหมายถึงเทพซึ่งคนในหมู่บ้านเชื่อกันว่าเป็นเทพผู้ปกปักษ์รักษา ‘ท่านศักดิ์สิทธิ์นา เมื่อเร็วๆนี้ลูกสาวแม่คิมซอนโซก็เพิ่งได้ตบแต่งไปกับนายทหารหลวงไม่ใช่หรือ นั่นเดือนก่อนยายโซซอนก็มาขอท่านเทพีว่าให้ได้ลูกเขยดีๆเหมือนกัน ดูสิ แค่ไม่กี่สัปดาห์ก็เห็นผลแล้ว เร็วทันใจดีใช่ไหม’

 

แล้วทอดเสียงลงอย่างอ่อนใจ เมื่อเห็นสีหน้ากึ่งๆอมยิ้มเหมือนขบขันยิ่งนักของเขา

 

‘ข้ารู้เอ็งไม่เชื่อ แต่ของแบบนี้เคารพไว้ก็ไม่เสียหลาย.. พรุ่งนี้ถ้าว่างแวะเข้ามาที่ร้านหน่อยสิ ดอกไม้กับเครื่องสักการะน่ะข้าจะจัดไว้ให้ ถือว่าเป็นน้ำใจเล็กๆน้อยๆ เท่าที่พอช่วยได้ก็แล้วกัน’

 

ร้านดอกไม้ของป้าชินเอไม่ได้มั่งคั่งกว่าใคร ออกจะกระเบียดกระเสียรใกล้เคียงเขาด้วยซ้ำ คงเป็นเพราะเจ้าของเป็นอย่างนี้นี่ล่ะ ใจดี และมีความเห็นอกเห็นใจผู้ลำบากเสมอ หลายครั้งที่ยงกุกเห็นป้าลดราคาสินค้าจนเกือบจะเป็นขาดทุนให้กับเด็กน้อยที่ต้องการดอกไม้ช่อเล็กๆกลับไปให้แม่ที่กำลังป่วย หรือยกดอกไม้ดอกสองดอกให้แก่คนจรฟรีๆ เพียงแค่เพราะอยากเห็นสีหน้าเหนื่อยล้าของคนเหล่านั้นดูสดใสขึ้นมาบ้าง

 

ทุกครั้งที่เห็นอย่างนั้นเขาจะถามอย่างเป็นกังวล ป้ามีเงินพอจ่ายค่าเช่าเดือนนี้แล้วหรือขอรับ ป้าชินเอก็จะยิ้มและตีเขาทีหนึ่ง อย่าพูดอย่างนั้นเลย ยงกุก ป้ามักจะย้ำกับเขาเสมอ ปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิตไม่ได้มีเพียงแต่เงินเท่านั้นหรอก เมื่อเจ้าเติบโตขึ้นกว่านี้ก็จะเข้าใจ  

 

ยงกุกในวัยยี่สิบสองปีไม่คิดว่าตนเองควรถูกจัดอยู่ในข่ายเด็กที่ ‘ต้องรอให้เติบโตกว่านี้จึงจะเข้าใจ’ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้คิดแย้งคำสอนนั้นแต่อย่างใด ความโดดเดี่ยวของการเป็นคนต่างถิ่นที่มาตั้งรกรากที่นี่ทำให้เขายึดหญิงชราผู้นี้เป็นเหมือนดั่งญาติมิตร และเมื่อรู้สึกเช่นนั้น ชายหนุ่มก็ไม่คิดจะขัดใจกับญาติเพียงหนึ่งเดียวของตน ไม่ว่าด้วยเหตุผลกลใดก็ตามที

 

สำหรับการบูชาเทพีปักษาครั้งนี้ก็เช่นกัน แม้จะออกปากว่าเกรงใจ แต่ป้าชินเอก็ยังคงยืนกรานให้เขามารับเครื่องสักการะจนเขาต้องรับความหวังดีนั้นไว้โดยไม่อาจเลี่ยง ตอนที่หอบลิลี่ช่อโตกับดอกไม้บูชาอื่นๆออกมาจากร้าน และค้อมหัวลาผู้สูงวัยที่ยืนส่งด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มนั้น ชายหนุ่มก็ได้แต่นึกซึ้งใจว่าขอให้ภายหน้าได้มีโอกาสตอบแทน

 

สุดท้ายเขาก็มานั่งอยู่ตรงนี้ ต่อหน้ารูปปั้นเทพีผู้งดงามที่ตลอดชีวิตไม่เคยนับถือ ลิลี่กลีบขาวซึ่งว่ากันว่าเป็นดอกไม้ที่เทพีโปรดปรานยิ่งถูกวางไว้บนแท่นบูชา ข้างกันนั้นเป็นกำยานซึ่งจุดควันขาวม้วนเป็นสายขึ้นในอากาศ กลิ่นประหลาดของผงไม้หอมกำจายทั่วท้องวิหารศักดิ์สิทธิ์ สายลมบางเบาระเรื่อยผ่านร่างที่ยังคุกเข่าสงบนิ่ง

 

ในตอนนั้นเองที่ยงกุกรู้สึกเหมือนกับว่า อะไรก็เป็นไปได้

 

เขาไม่ขอพร และเลิกสวดมนต์ต่อพระเจ้าตั้งแต่ยังเล็ก จวบจนโตป่านนี้ก็ยังคงดำเนินชีวิตอยู่บนการตัดสินใจของตนเองเรื่อยมา นี่เป็นครั้งแรกที่เกิดความคิดอยากวางความหวังไว้ที่คนอื่นบ้าง แม้ คนอื่น ที่ว่านั้นจะเป็นสิ่งเหนือธรรมชาติที่ไม่เคยเชื่อว่ามีอยู่จริงเลยก็ตาม

 

ข้าหวังให้ปัญหาครั้งนี้ผ่านพ้นไป เขาขออย่างง่ายๆ ไม่พร่ำบทสวด ไม่มีพิธีรีตองใดๆ เพียงแต่หลับตาลงและครุ่นคิดออกมาจากเบื้องลึกของใจเท่านั้น และหากเป็นไปได้ก็อยากจะขอให้ชีวิตที่ยากลำบากนี้เปลี่ยนแปลงไปบ้าง.. สุดแต่ท่านจะเมตตา

 

คำขอสิ้นสุดลงแค่นั้น ทว่าชั่วขณะหนึ่งก่อนที่เขาจะลืมตา ลมหอบใหญ่รื่นกลิ่นดอกไม้นานาพรรณก็พัดวูบเข้ามาให้ตลอดทั้งร่างขนลุกเกรียว

 

เขารีบเปิดตาขึ้นด้วยรู้สึกสังหรณ์บางอย่าง

 

ลอดผ่านไปจากใต้แท่นบูชาซึ่งยกสูงเกือบพ้นหัวเขาที่คุกเข่าอยู่ตรงนี้ เบื้องหน้าเขาที่เคยมีเพียงความว่างเปล่า บัดนี้กลับปรากฏร่างขาวจัดของใครคนหนึ่งเอนหลังพิงฐานรูปสลักเทพีผู้อำนวยพรอยู่ ศีรษะซึ่งปกคลุมด้วยเรือนผมสีแดงสดตกไปทางด้านข้างอย่างขาดการควบคุม ถ้าไม่ใช่ว่าเจ้าตัวกำลังหลับลึกก็คงเป็นกำลังตกอยู่ในสภาวะไร้สติไม่ผิดแน่

 

สีผมกับสีผิวแปลกตาอย่างนี้มองครั้งเดียวก็รู้ว่าเป็นคนต่างถิ่น อาภรณ์ที่สวมใส่แม้จะเป็นเพียงเสื้อคลุมยาวเรียบๆ หากเมื่อยงกุกลองลุกขึ้นไปพิจารณาดูใกล้ๆกลับพบว่าสีทองของมันเกิดจากการปักไหมละเอียดเป็นลวดลายตลอดเนื้อผ้าลื่นเป็นมันเงา หาใช่สีของผ้าหยาบดังที่เข้าใจแต่แรก

 

เขาเคยเห็นงานหรูหราเช่นนี้แค่ครั้งเดียวตอนไปส่งขนมปังให้เศรษฐีคนหนึ่งในเมือง คราวนั้นที่คฤหาสน์ของเศรษฐีจัดงานเลี้ยงรับรองท่านชายสักองค์จากเมืองหลวง เขาแวะเอาขนมเข้าไปส่งก็ได้พบกับผู้คนในชุดคล้ายๆแบบนี้ละลานตาไปหมด แปลกดีที่แม้ชุดจะสวยจนนึกชื่นชม แต่สีหน้าของคนเหล่านั้นที่ปรายตามองเขากลับไม่น่ามองเท่าเสื้อผ้าที่สวมใส่ ชายหนุ่มก้มหน้าก้มตาหอบขนมปังที่ทำมาเข้าไปส่งจนถึงโรงครัว แล้วก็ก้มหน้าก้มตาพาตัวเองออกมาจากงานเลี้ยงรื่นเริงนั้นอย่างเงียบเชียบ.. ตั้งแต่นั้น สมองของเขาก็เชื่อมโยงสิ่งที่มีลักษณะคล้ายอย่างนี้เข้ากับชนชั้นสูงซึ่งไม่น่าคบค้าด้วยไปโดยปริยาย

                             

ยงกุกปล่อยมือที่จับชายเสื้อคลุมลง เริ่มไม่แน่ใจ

 

แล้วเด็กตรงหน้านี่.. เป็นเด็กแน่ๆล่ะ หากพินิจจากดวงหน้าอ่อนใส และผิวพรรณผุดผาดไร้ซึ่งริ้วรอยอย่างผู้เจนโลกนั่นแล้ว.. เด็กน้อยคนนี้คือคุณหนูจากตระกูลใดหนอ

 

ในหมู่บ้านนี้คนที่ร่ำรวยที่สุดคือเจ้าของโรงจำนำ ถัดออกไปในหัวเมืองที่ใกล้ที่สุด ก็ไม่มีใครจะฐานะดีไปกว่าเศรษฐีเจ้าของที่ดินผู้สืบทอดสายตระกูลเก่าแก่.. ถึงอย่างนั้นทั้งสองคนก็ไม่เคยสวมใส่อาภรณ์วิจิตรเช่นนี้ให้เห็น.. ถ้าอย่างนั้นแล้ว เด็กพลัดถิ่นคนนี้มีพื้นเพมาจากที่ไหนกัน

 

ชายหนุ่มเพียงคิด เสี้ยวหนึ่งของเขากระซิบอย่างซุกซน.. เทพีปักษาส่งเขาลงมาช่วยเจ้าอย่างไรเล่า

 

ใจหนึ่งเกือบจะคล้อยตาม เมื่อนึกถึงสภาพการปรากฏตัวอย่างไร้ที่มาของผู้ถูกกล่าวถึง และลักษณะที่ผิดปกติจากชาวบ้านทั่วไปในแถบนี้ หากอีกใจหนึ่งรีบยึดยื้อไว้ ร่างสูงสะบัดหัวไล่ความคิดประหลาดของตน

 

ไร้สาระ

 

จู่ๆคนจะตกลงมาจากฟ้าได้อย่างไร ไร้สาระแท้ๆเชียว

 

เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ถดเท้าถอยหลัง ความสงสัยเกี่ยวกับที่มาของเด็กแปลกหน้าเริ่มจางลง.. อาจถูกลักพาตัวมาแล้วนำมาปล่อยทิ้งไว้ที่นี่ตอนที่เขาหลับตา? อาจเพื่อต้องการโยนความผิดให้เขาก่อนที่โจรตัวจริงจะหนีไป? ชายหนุ่มไม่ใช่คนมองโลกในแง่ร้าย แม้ป้าชินเอจะชอบค่อนขอดเสมอว่าโลกในสายตาเขาเหมือนจะมีเพียงสีเทา คนทำขนมปังเพียงแต่ลองนึกดูตามความเป็นไปได้เท่านั้น

 

โลกนี้ออกจะโหดร้าย ผู้คนต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด นี่อาจเป็นแค่อีกวิธีการหนึ่งในการใช้ชีวิตของใครบางคนซึ่งเขาไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่ที่แน่ๆคือยงกุกไม่มีความคิดอยากเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงด้วยเลย

 

เพียงแต่..

 

ในช่วงที่ลังเล เด็กน้อยแปลกหน้าก็ครางเครือขึ้นมา ‘ท่านพี่.. อย่าทิ้งข้าไป’ เสียงอ่อนระโหยพึมพำติดริมฝีปากสีซีด ราวกับตั้งใจเรียกหาใครบางคน คนต่างถิ่นร้องหาท่านพี่ของตนอีกสองสามทีก่อนจะเงียบไป.. พร้อมกับหยดน้ำตาที่กลิ้งผ่านปรางแก้มนวล

 

ใจคนมองอ่อนยวบลงในทันที ชายหนุ่มตั้งคำถามกับตนเอง บังยงกุก เจ้าทำใจเมินเด็กน้อยไร้ที่พึ่งคนนี้ได้หรือ.. ขนาดคนทำขนมปังตกอับอย่างเจ้า ไม่ได้ถือว่าลำบากอะไรมากป้าชินเอยังช่วยเหลือ แล้วนี่เป็นถึงเด็กตัวคนเดียว ไม่มีที่มาที่ไป เจ้าจะใจดำทิ้งเขาได้ลงคอจริงๆน่ะหรือ

 

เพียงแค่หลับตาลงชั่วครู่ก็ตัดสินใจได้ ขายาวก้าวกลับเข้ามาใกล้ ก้มลงช้อนตัวคนไม่รู้หัวนอนปลายเท้าขึ้นอุ้ม หากน้ำหนักไม่คาดคิดที่รับไว้ด้วยสองแขนทำให้ใจหล่นวูบอย่างตื่นตระหนก

 

เบาหวิวเหมือนอากาศ

 

ไม่มีทาง..

 

ผิวกายที่แนบกันยังให้สัมผัสอุ่นจัดของเลือดเนื้อ แต่ทำไมถึงได้เบาไปหมดทั้งตัวจนเกรงว่าจะปลิวได้หากปล่อยให้หลุดมือไป.. คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอย่างไม่แน่ใจ ความคิดที่เพิ่งสะบัดทิ้งไปแล่นกลับเข้ามาตอกย้ำใจที่ไม่เคยมีความเชื่ออีกครั้ง.. มาจากบนนั้นจริงๆหรือ เป็นเทพยดาเอง.. หรือว่าใคร?

 

แม้จะยังมีข้อกังขาอยู่มาก แต่ยงกุกก็ยังกระชับร่างเบาหวิวให้แนบอก ชายหนุ่มดำเนินชีวิตอยู่บนการตัดสินใจของตนเองมาตลอดหลายปี และครั้งนี้เองก็เช่นกัน เขาตัดสินใจแล้ว.. ไม่ว่าจะเป็นเด็กจากบนฟ้าหรือคุณหนูที่ถูกลักพาตัวจนหลงถิ่น ในเมื่อเขาเข้าใจว่าคือผู้ที่ถูกส่งมาตามคำร้องขอของตนก็ควรจะต้องรับผิดชอบ 

 

ไม่ว่าจะเป็นใคร เขาก็จะพาไปด้วยกัน

 

 

 

 

- 50% CUT -

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฝากบลอคสำรองด้วยนะคะ เพิ่งสร้างใหม่เพราะเอ็กซทีนล่มบ่อย ; A ;

 
 
 
ขอบคุณที่ติดตามค่า :)
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

จูนงอยู่ในมือ(?)พี่บังแว้ววว > <

#1 By Chill (125.27.148.16) on 2013-10-17 12:38