[FIC] Between The Lines - Prologue [BangZelo]

posted on 22 Dec 2012 23:26 by kyosama in Between-The-Lines
 
 

Title: Between The Lines - Proloque || It's all about those 3 seconds

Author: kyosama

Pairing: Yongguk/Junhong, Himchan/Daehyun

Genre: AU, PG, fluff, university life

Theme song:

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

..สามวินาที 

 

มันเป็นเวลาแค่สามวินาที.. หรืออาจจะน้อยกว่านั้น ตอนที่ยงกุกเดินสวนกับนักศึกษาแปลกหน้าคนหนึ่ง

 

เหมือนจะเป็นแค่ช่วงสั้นๆ แต่ก็นานพอจะทำให้เขาจดจำปอยผมหน้าม้าสีฟ้าสดที่ระอยู่เหนือคิ้ว กลิ่นหอมเย็นของโคโลญจ์แบบเด็กๆและรายละเอียดของสีเรื่อฝาดบนผิวแก้มใสได้

 

ยงกุกมั่นใจว่าเขาไม่เคยเห็นเด็กคนนี้มาก่อน ชายหนุ่มเป็นหนึ่งในกรรมการนักศึกษา จัดกิจกรรมมาแล้วทุกอย่างตั้งแต่ห้องเชียร์ ค่ายรับน้อง หรือแม้กระทั่งอีเว้นท์เต้นสันทนาการบ้าๆบอๆดังนั้นเขาจึงค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองคลุกคลีกับน้องปีหนึ่งจนคุ้นหน้ากันพอสมควรเรื่องจะบอกว่าเป็นคนในรุ่นอื่นที่เขาเผลอจำไม่ได้เองนี่ก็ลืมไปได้เลย คณะศิลปกรรมศาสตร์เล็กนิดเดียวเท่านั้น มีคนหลงผิดเข้ามาเรียนอยู่แค่หยิบมือ ไม่มีทางที่เขาจะลืมหน้าพี่ๆน้องๆคนอื่นที่อยู่ด้วยกันมาเป็นปีๆได้ลงคอแน่

 

ร่างสูงโปร่งที่เพิ่งแทรกตัวผ่านเขากับฮิมชานไปนั้นอยู่ในชุดไปรเวทธรรมดาๆอย่างเสื้อยืดลายกราฟฟิคแปลกตาและกางเกงยีนส์เข้ารูปสีซีด หากก็ยังแสดงเอกลักษณ์ของความเป็นเด็กศิลปกรรม ซึ่งคือการแสดงความตัวตนผ่านทางแฟชั่นขาดๆเกินๆไว้อย่างชัดเจนด้วยการห้อยเป้เก่าๆพังๆไว้ที่ไหล่ซ้าย หนีบกระดานวาดรูปอันใหญ่ไว้ใต้แขนขวา ลากรองเท้าแตะเน่าๆเปื้อนสีจนเกรอะกรัง และคาบอมยิ้มไว้ในปากซ้อนกันสองอัน แทนที่จะเป็นมวนบุหรี่เหมือนอย่างที่เด็กเกินเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของที่นี่ชอบทำกัน

 

ผมสีบลอนด์ซีดตัดสั้นแค่ต้นคอรับกับโครงหน้าเรียวยาว เครื่องหน้าอ่อนละมุนติดจะหวานนิดๆ ดวงตากลมโตรวมไปถึงผิวเนื้อเนียนละเอียด

 

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ยงกุกสังเกตได้ภายในเวลาสามวินาทีภายในช่วงที่เขารู้สึกว่าห้วงเวลามันเหมือนจะหมุนช้าลง

 

เขาเผลอหยุดเดิน มองตามคนที่เพิ่งเบียดตัวผ่านไปจนเหลียวหลัง

 

“เฮ่ย!” แรงถองที่ข้อศอกไม่เบานักจากเพื่อนข้างตัวเรียกสติของชายหนุ่มให้กลับคืนมา “น้ำลายย้อยแล้วไอ้แก่ ไง ชอบเหรอ?”

 

คนถูกถามทำหน้าพิลึก

 

“ชอบพ่อมึงดิ กูแค่ติดใจน้องมันหน้าไม่คุ้น”

 

“ควาย บังยงกุก มึงคิดจะหลอกท่านฮิมชานคนนี้เรอะ”

 

ความจริงแล้วคิมฮิมชานก็เป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง ยกเว้นก็แต่เวลาที่สมองของมันซึ่งปกติมักจะฝ่ออยู่เสมอดันอัพเลเวลฉลาดเป็นกรดขึ้นมา แล้วผ่ารู้ดีไปหมดอย่างเช่นตอนนี้

 

“ตามึงเมื่อกี้แทบถลนออกจากเบ้า อย่าเสือกทำมาเป็นพูดว่าไม่สนใจ”

 

“กูเปล่า ก็แค่เห็นว่าหน้าไม่คุ้น” ยงกุกยังย้ำคำเดิม เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกลอกตาอย่างอ่อนใจเมื่อเห็นเพื่อนยังจ้องมองอย่างคาดคั้น

 

“เออ แล้วก็.. เออ ก็เห็นว่าน่ารักดี

 

สีหน้าของฮิมชานสว่างวาบเหมือนนักล่ารางวัลเพิ่งพบแหล่งขุมทรัพย์ ตั้งท่าเหมือนจะร้องไชโยออกมา จนยงกุกต้องรีบสำทับเสียงเข้ม

 

“แค่น่ารัก! แค่นั้น แค่นั้น ไม่มีอย่างอื่น จบมึงคิดอะไรอยู่หยุดได้เลย”

 

“กูไม่ได้คิดอะไรสักหน่อย ร้อนตัว” ฮิมชานย้อน ขัดกับสีหน้ายิ้มเผล่และสายตารู้ทันกึ่งล้อเลียนของตัวเอง ซึ่งเรียกให้ยงกุกรู้สึกใบหน้าร้อนวูบวาบ นึกคันส้นเท้าขึ้นมายิบๆ

 

“ก็แค่แปลกใจที่คนปากหนักอย่างมึงยอมชมใคร”

 

“มึงบีบให้กูพูด”

 

คนโดนโบ้ยกลั้นหัวเราะกึกๆ

 

“กูเปล่า”ก่อนที่จะตบไหล่เพื่อนผู้ซึ่งบัดนี้สีหน้าตึงสนิทหนักๆเป็นเชิงลุแก่โทษ “แก่ปูนนี้จะมาทำหน้าหงิกหน้างอมันก็ไม่ได้น่ารักเท่าเด็กๆทำหรอกนะ เอ้า นี่เห็นว่ามึงเป็นเพื่อนรักนะเนี่ย กูบอกให้เอาบุญก็ได้”

 

ชายหนุ่มเจ้าของดีกรีเชียร์ลีดเดอร์ชายหนึ่งในสามคนของรุ่นยี่สิบเก้า บุ้ยใบ้ไปทางเด็กหนุ่มตัวสูงที่เพิ่งเลี้ยวมุมตึกลับสายตาไป

 

“ชเวจุนฮง ปีหนึ่ง เอกฟายน์อาร์ต.. ไม่เข้าห้องเชียร์ ไม่มารับน้อง ไม่เคยเข้าร่วมกิจกรรมคณะ.. เพิ่งย้ายมาจากอเมริกาสดๆร้อนๆ ได้ยินว่าเพิ่งเคยเหยียบแผ่นดินเกาหลีเป็นครั้งแรกเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เอง”คนพูดยิ้มกริ่ม

 

“บ้านรวย เก่ง กูเคยเห็นงานน้องครั้งนึง เซ้นส์ดีฉิบหาย.. เพื่อนเยอะ ไม่สิ ต้องบอกว่าคนเข้าหาเยอะมากกว่า แต่ก็ไม่เห็นจะสนิทกับใครเป็นพิเศษนอกจากเด็กปีหนึ่งเอกเดียวกันที่ตัวเตี้ยๆชื่อมุนจงออบ คนอื่นบอกมาว่าน้องหยิ่ง แต่กูว่าจริงๆแล้วมันนิสัยดี แค่รักสันโดษกับหวงความเป็นส่วนตัวมากกว่า แม่งอินดี้ แต่ก็นะ ไอ้พวกที่มันบ่นๆเรื่องน้องหยิ่ง ทุกวันนี้กูก็ยังเห็นมันพยายามวิ่งเข้าหาน้องกันไม่เลิกอยู่เลย”

 

รายละเอียดยาวเหยียดที่เพื่อนเพิ่งร่ายให้ฟัง ทำให้ยงกุกอดไม่ได้ที่จะหลุดเสียงพึมพำอย่างทึ่งจัด

 

“นี่มึงเป็นสตอล์คเกอร์น้องมันรึไงวะ รู้ดีนัก”

 

“กูมันโปรเฟสชันนอล” ฮิมชานยักคิ้วให้ “เอาจริงๆน้องมันป็อปจะตายห่า เท้าแตะคณะวันแรกคนเขาก็เนื้อเต้นกันทั้งตึกแล้ว มีแต่มึงคนเดียวล่ะมั้งที่ไม่รู้จัก”

 

“ก็กูทำงานอยู่ เพิ่งเข้าคณะวันนี้วันแรกเนี่ย มึงอย่ามาย้อน” มหาวิทยาลัยเปิดมาได้อาทิตย์กว่าๆแล้ว แต่งานชิ้นใหญ่ที่ยงกุกรับจ็อบพิเศษไว้ตั้งแต่ช่วงปิดเทอมเกิดมีปัญหาต้องแก้กะทันหัน ลูกค้าเองก็เร่งเขาเช้าเย็นจะเอางานให้ทันกำหนดเวลาเดิม ชายหนุ่มเลยต้องโดดเรียนไปหลายวันกว่าจะปิดจ็อบได้

 

“ตกลงยังไงเนี่ย มึงรู้เรื่องน้องเขาขนาดนี้ อย่าบอกนะว่าเล็งไว้?”

 

ถึงน้ำเสียงจะกลั้วหัวเราะ และท่าทางจะไม่จริงจังเหมือนแค่แซวเล่นกันขำๆอย่างทุกครั้งไป แต่ฮิมชานก็ยังสะดุดกับสีหน้าแปลกๆของอีกฝ่ายตอนที่ถามคำถามนั้นออกมา.. วูบหนึ่งที่เขาเห็นเหมือนกับว่าบังยงกุกกำลัง.. กลั้นหายใจ?..เหมือนกำลังลุ้นอะไรอยู่?..อย่างกับว่า..?

 

ชายหนุ่มดีกรีเชียร์ลีดเดอร์คณะเลิกคิ้วขึ้น เขาคิดว่าเขาเพิ่งค้นพบสมมติฐานน่าสนใจบางอย่างที่ควรค่าแก่การลองพิสูจน์

 

“กูมันพูดมากมึงก็รู้ พูดน้อยแบบนี้ไม่ใช่สเป็ค คุยด้วยแล้วเหงาหู” 

 

ฮิมชานสังเกตมุมปากที่ยกขึ้นอีกเล็กน้อยของอีกฝ่ายอย่างจับผิด ชัดเลย.. เขานึกในใจอย่างขบขัน พยายามซ่อนสีหน้า รวมถึงประกายตาวาววับอย่างเจ้าเล่ห์ของตนเองไว้ให้มิดชิด ขณะที่แกล้งแหย่      

 

“ทำไม? ถามยังงี้แอบชอบกูอ่ะดิสัด” ยงกุกมองเจ้าของคำถามด้วยสีหน้าที่เหมือนเห็นตัวอะไรสักอย่างที่ไม่มีอยู่บนโลก กำลังพล่ามอะไรสักอย่างที่เขาฟังไม่รู้เรื่อง ฮิมชานหัวเราะเสียงดังขึ้นอีกอย่างไม่ถือสา แต่ไม่วายเตะข้อพับไอ้คนคอหนากลับไปทีหนึ่งอย่างหมั่นไส้

 

“แดกข้าวกันจะได้รีบไปจองที่คลาสอาจารย์มิน ขึ้นช้าทีไรโดนไอ้พวกซองยอลขโมยที่ข้างหลังไปหมด ไอ้ห่า กูไม่มีที่จะนอน” ชายหนุ่มว่าพลางยกมือขึ้นจัดขยี้ผมสีเข้มของตนเองให้เป็นทรงยุ่งๆตามสมัย ก่อนจะกึ่งลากกึ่งกระชากแขนยงกุกให้ออกเดินไปยังโรงอาหารด้วยกัน

 

“เฮ้ย เดี๋ยว” คนถูกบังคับให้เดินตามร้อง ยงกุกดึงแขนกลับจากการยึดเกาะของฮิมชาน เมื่อรู้สึกถึงเสียงประหลาดดังกรอบแกรบจากใต้ฝ่าเท้า

 

ชายหนุ่มก้มมองบนพื้น ยกเท้าที่สวมไนกี้แอร์ฟอร์สวันคู่โปรดขึ้น เผยให้เห็นกระดาษเนื้อกลางอ่อนกลางแข็งเลอะรอยเท้าจางๆที่แนบติดอยู่กับพื้นกระเบื้อง.. กระดาษขนาดประมาณหนึ่งฝ่ามือเท่านั้นเอง เจาะรูสองรูที่ริมด้านยาวฝั่งหนึ่ง แล้วผูกเชือกไว้เป็นสายคล้องคอดูแล้วลักษณะคุ้นๆ เหมือนจะเป็นป้ายชื่อที่ระเบียบคณะสั่งให้เด็กปีหนึ่งทุกคนทำแขวนติดตัว.. น้องสักคนคงทำตกไว้

 

อะไรบางอย่างดลใจให้ยงกุกก้มลงหยิบมันขึ้นมาพลิกดู

 

แผ่นกระดาษว่างโล่ง นอกจากรอยเปื้อนสีเทามัวๆแล้วก็มีแค่สีเขียวเทอควอยซ์ของปากกาเมจิกกันน้ำที่ฝากลายเส้นไว้เป็นตัวอักษรหวัดๆไม่กี่ตัวเท่านั้นเอง

 

‘ JUNHONG #1 FINE-ART ‘

 

ประธานฝ่ายกีฬาประจำคณะศิลปกรรมศาสตร์สบตากับหลีดคณะอย่างขอความคิดเห็น หากอีกฝ่ายกลับทำเพียงแค่เลิกคิ้วมองกลับมา เหมือนตั้งใจรอดูว่าเขาจะทำยังไงต่อไป ยงกุกจึงยักไหล่ เขาปัดๆเศษฝุ่นที่ติดตามแผ่นการ์ดออก ก่อนจะยัดป้ายชื่อของชเวจุนฮงเข้ากระเป๋าอย่างลวกๆแล้วเริ่มก้าวเดินต่อ

 

รอยยิ้มประหลาดผุดขึ้นที่มุมปากของฮิมชานอย่างห้ามไม่ได้

 

ชายหนุ่มเคยได้ยินทฤษฎีเรื่องบัทเทอร์ฟลายเอฟเฟ็กต์ ว่าด้วยตรรกะที่ว่า เรื่องใหญ่ๆหลายเรื่องมักจะมีจุดเริ่มต้นมาจากเรื่องเล็กๆที่ดูไม่สลักสำคัญอะไรเสมอ และเขาก็จำประโยค ‘โลกนี้ไม่มีความบังเอิญหรอก จะมีก็แต่พรหมลิขิตเท่านั้น’ จากหนังสือการ์ตูนเรื่องโปรดได้ขึ้นใจ

 

ดังนั้น เขาจึงรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่าง

 

ร่างสูงสมส่วนมองภาพแผ่นหลังของเพื่อนที่ค่อยๆเคลื่อนห่างออกไปด้วยรอยยิ้ม เขายกมือขึ้นโบกให้ยงกุกที่หันกลับมามองอย่างสงสัยว่าทำไมถึงไม่เดินตามไปเป็นเชิงตอบให้หายข้องใจว่าทุกอย่างโอเคดี ก่อนจะออกวิ่งเหยาะๆพุ่งเข้าคว้าคอคนที่หยุดยืนรออยู่ให้ออกวิ่งทั้งที่ไม่จำเป็นไปด้วยกัน

 

ในชีวิตของคนเราไม่เคยมีอะไรที่เป็นเรื่องบังเอิญ..มันมีเหตุผลอยู่เบื้องหลังทุกการกระทำ มีจุดประสงค์ซ่อนอยู่ในทุกเหตุการณ์ ขึ้นอยู่กับว่าใครมองเห็นและใครมองไม่เห็นก็เท่านั้น

 

สำหรับคราวนี้..ฮิมชานว่าตัวเองเห็น.. ค่อนข้างชัดเจนทีเดียวล่ะ

 

บางที.. นี่อาจจะเป็นจิ๊กซอว์ตัวแรกสำหรับอะไรบางอย่างที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งน่าจะกำลังเดินทางมาอย่างช้าๆ และคงจะมาถึงในอนาคตอันไม่ใกล้ไม่ไกลนี้

 

นัยยะบางอย่าง ซึ่งมีกลิ่นหวานๆคล้ายกับสิ่งที่มนุษย์เรียกกันว่าความรัก 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สองคนบนดาวที่กว้างใหญ่ 

ฉันลืมไปแล้วว่าเมื่อไหร่

ที่เราได้เจอกัน.

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

[.]

อินโทรสั้นๆที่แบบ.. แก้หลายรอบมาก ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕

เรื่องแนวมุมิๆ ไม่มีอะไรนอกจากความเพ้อเจ้อส่วนตัวล้วนๆ

ขอบคุณที่แวะเวียนเข้ามาอ่านนะคะ :)


 

Comment

Comment:

Tweet

โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ชอบภาษาที่ไรเตอร์แต่งมากเลย
ภาษาสวยมากกก
แอบฟินเล็กๆ เฮียบังแค่3วิของเฮียนี้
เฮียสังเกตุเยอะมากนะ

ชอบการบรรยายแบบนี้มากเลย
เอาจริงๆต่อให้เรื่องนี้เป็นแค่SF
แต่แค่ภาษาที่ไรเตอร์แต่งอย่างเดียวก็พาฟินมากๆแล้ว
ไรเตอร์แต่งตอนต่อไปเถอะนะ อยากอ่านต่อมากๆเลยcry

#8 By Felicia_Kirisora on 2013-04-23 21:33

โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ชอบภาษาที่ไรเตอร์แต่งมากเลย
ภาษาสวยมากกก
แอบฟินเล็กๆ เฮียบังแค่3วิของเฮียนี้
เฮียสังเกตุเยอะมากนะ  
ชอบการบรรยายแบบนี้มากเลย
เอาจริงๆต่อให้เรื่องนี้เป็นแค่SF
แต่แค่ภาษาที่ไรเตอร์แต่งอย่างเดียวก็พาฟินมากๆแล้ว
ไรเตอร์แต่งตอนต่อไปเถอะนะ อยากอ่านต่อมากๆเลยcry

#7 By Felicia_Kirisora on 2013-04-23 21:31

เพิ่งมาอ่านเจอ ชอบมากกก
ต่อเถอะค่ะ
อ่านแล้วสนุกมาก ฟินนนนน
ชอบภาษาที่ไรเตอร์แต่งมาก
มันดีมากๆ อ่ะ บรรยายก็ดีมากๆ >___<
อ่านแล้วอารมณ์ดีเลย
รออ่านเรื่องนี้อยู่นะ

#6 By THEFT (103.7.57.18|118.173.168.114) on 2013-03-05 04:47

*ดักคอ*
- พี่รหัส/น้องรหัส
- งานเฟรชชี่ไนท์
- ไปส่องน้องที่หอ
- ร้านเหล้าหลังมอ
- ซื้อจูปาจุ๊บไปให้
- ทำโปรเจคอดนอน
- ค้างหอคนพี่
- คู่แข่งต่างคณะ
- ชวนไปดูงานแสดงภาพ

open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile
ปล.ถ้าไม่มีสักข้อในนี้เราโกด 55555555

#5 By iKWAN ,,★ on 2012-12-28 10:03

.........................................................

ชเวจุนฮง เรียน fine art มาวาดภาพนู้ดกันแมะ
นูน่าว่าง ~


ปล. นูน่าวาดนะ จุนฮงอ่ะเป็นแบบ open-mounthed smile

#4 By iKWAN ,,★ on 2012-12-28 09:59

ทำไมน้องชั้นถึงได้ ๕๕๕
ออกน้อย ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕
โอ๊ยย แต่ออกมาแบบ ออกมาแบบบ โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ
ยังไงวะ จะว่าไงดี ออกมาเหมือนลอยมาวืบนึงแล้วก็ลอยไป แต่แบบบบ อ่าโหหห มันตรึงใจ มันตรึงตาาาาาา
โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ
น่ารักอะไรเช่นนี้มายเบบี๋บอยยย โฮฮฮฮฮฮฮ
แบร่บบบบบบบบบบ อีพี่ปังไม่จีบน้องชั้นชั้นจะฆ่าเบยยยยยย โฮ๊ยยยยย ชั้นว่าจูนงถ้าอิมเมจแบบโดนพี่ตามจีบแล้วขี้เขินแต่เขินเงียบๆก็จะน่ารักมากแน่
แต่ถ้าแก่นๆก็จะแบบน่าเอ็นดูน่าหยิกน่าชัง โอ๊ยย
ทำไงเดดดดดดดดดดดดดด
ทำไมเป็นอะไรก็ดูน่ารักไปซะหมดดดดดดดดดดดดดด แงงงงงงงง อยากตายยย ยอากตายยยย อยากตายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
จูนงขาาาาาาาาาาาาา
โฮฮ
ปล อีพี่ฮิมชานชั้นรู้นะชอบคนพูดมากมันมีไรแฝง อี๋ หมั่น!

#3 By | JHz | on 2012-12-27 19:40

โหย นี่ถ้าเรื่องนี้ไรเตอร์ดองนะ รีดเดอร์จะตามมากัดคอ แง่มๆๆๆๆๆ
กำลังเฟลกับข้อสอบวันนี้เลยอะไรเตอร์ มาอ่านแล้วแบบ กรี๊ดดดดดดดดดดดด ฟินนนนนน อั๊ยๆๆๆ น่ารักมากเลยค้าาาา อ่านไปยิ้มไป >//////<
บัทเทอร์ฟลายเอฟเฟ็กต์ เคยได้ยินมาเหมือนกันน้า แต่ประโยคที่ว่า "โลกนี้ไม่มีความบังเอิญหรอก จะมีก็แต่พรหมลิขิต" นี่มาจากเรื่องโฮลิครึเปล่าน้าาาาา การ์ตูนเรื่องโปรดเราเลยค่ะ
ชอบอะ ชอบตั้งแต่คำว่าสามวินาทีเลย >/////< แบบ ฟังแล้วเขินอะ แค่สามวินาทีเท่านั้นที่เราได้พบใครสักคนที่ทำให้โลกหมุนช้าลง อ๊าาาา อยากเจอเหตุการณ์แบบนี้สักครั้งนึงในชีวิตอ้ะะะะ
น้องเปิดตัวมาแบบ โอกกก โฮกกก เด็กนอกโลกส่วนตัวสูง คือไรเตอร์บรรยายได้ยิบมาก เรียนสินกัมจริงๆเลยรึเปล่าคะเนี่ย 555 เราก็เรียนมหาลัยค่ะ คณะข้างๆก็เป็นสินกัม คณะนี้เค้าคนน้อยจริงๆนะคะ แถมอาร์ตจริงๆอย่างไรเตอร์ว่า แต่งตัวเจิดมากจริงๆ
กลับมาที่น้องต่อ คือเสื้อผ้าเกือบดูดีละ เสื้อยืดกางเกงยีนส์สีซีด แต่รองเท้าแตะแกนี่คืออะไร 5555 กินอมยิ้มทีสองแท่งอีก อินดี้แท้
อิพี่บังถึงกับเงิบค่ะ อั๊ยยะ อย่างนี้เค้าเรียก crush on นะเนี่ย ปิ๊งตั้งแต่แรกพบ >/////< แล้วอิพี่ชานก็แบบสู่รู้ เอ๊ย รู้ดีจริงๆ ถ้าแกจะมองเพื่อนได้ทะลุปรุโปร่งขนาดนี้นะ ไปเป็นหมอดูต้นมะขามเลยไป๊
ชอบตอนที่เฮียกุกถามฮิมว่าชอบน้องรึไงด้วย คือแบบ นึกอารมณ์ตอนตัวเองแอบชอบใครอยู่ออกเลยค่ะ ถ้าเพื่อนเราพูดถึงเค้าแบบละเอียดยิบๆแบบนั้นนะ เราจะกลัวมากเลยว่าเพื่อนจะชอบเค้า แล้วเราจะแห้ว 55
สรุปรวมๆเลยตอนนี้ประทับใจคาแรคเตอร์นะคะ น้องฮงนิ่งๆโลกส่วนตัวสูงกับพี่ยงกุกซึนๆแต่กว้างขวาง ดูตรงข้ามแต่ลงตัวแปลกๆ
พรหมลิขิตพาให้มาเจอกันแล้ว รบกวนไรเตอร์สานต่อความสัมพันธ์ให้พี่บังน้องเซลด้วยนะคะ ฮิ้ววววว
จะรอติดตามนะคะ โอ๊ยยยย ปริ่มมาก อ่านแล้วมีความสุขจัง
ป.ล. เค้ายังรออ่าน That's what we called friends กับ with the breeze อยู่เสมอนะคะ <3

#2 By snowtears on 2012-12-24 14:16

สวัสดีค่ะ เป็นครั้งแรกที่มาเม้นในบล็อกของไรต์
รู้สึกตื่นเต้นยังไงพิกล 555555
ฟิคเรื่องนี้ เป็นบังโล่ ที่แอบปลื้ม เนื้อเรื่องน่าติดตามมากค่ะ เพราะภาษาของไรต์ดีด้วยแหละ
เนาะ cry
ภาษาบรรยายเห็นภาพมากเลยค่ะ พออ่านช่วงที่ฮิมมีอาการเหมือนจะดูเฮียบังออกแล้วยิ้มๆ จะบอกว่าเราก็นั่งยิ้มอยู่หน้าคอมเหมือนกันค่ะ คิคิ 

#1 By naneiy (103.7.57.18|58.8.167.175) on 2012-12-24 01:01