[SF] A Pure White Story [B.A.P HimDae]

posted on 09 Sep 2012 09:38 by kyosama in bap-short-fiction

.

.

A Pure White Story

B.A.P fanfiction by kyosama

Himchan & Daehyun

 

 





 

Pure White Story - Kimi ni Todeoke Ost.

 

 

 

 

 

 

 

 

[๑]

 

วันนั้นฝนตก

 

ตอนแรกก็ไม่หนักเท่าไหร่หรอก แค่ปรอยๆพอให้ตัวเปียกน่ารำคาญใจเท่านั้นเอง เขาเป็นคนแข็งแรงอยู่แล้ว เห็นฝนตกแค่นี้จึงไม่ได้หยิบร่มติดมือมา เขาเดินฝ่าฝนกลับบ้านมาได้ถึงครึ่งทาง ก็เหมือนโดนสวรรค์แกล้ง สายฝนกระหน่ำซ้ำลงมาเหมือนฟ้ารั่ว เขามีตัวเปล่าสู้แรงฝนไม่ไหว ก็ต้องวิ่งเข้าหลบฝนใต้กันสาดร้านขนมร้านหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ

 

ตอนนั้นเองที่ฮิมชานเห็น 'มัน'

 

ในซอกหลืบของตรอกเล็กๆฝั่งตรงข้ามร้านขนม เงาตะคุ่มของอะไรบางอย่างปรากฏให้เห็นเลือนลางกลางม่านฝน ตอนแรกเขานึกว่า 'มัน' คือกองสิ่งเหลือใช้ หรือไม่ก็อะไรบางอย่างที่ใครทำตกไว้ แต่เมื่อฝนซาลงแล้ววิ่งเข้าไปดูใกล้ๆตามประสาคนช่างสงสัย เขาก็พบว่า 'มัน' เป็นเพียงแค่ลูกแมวตัวเท่าหนึ่งฝ่ามือ ที่ซุกตัวอยู่ใต้แจ็คเก็ตสีเขียวเข้มเท่านั้นเอง

 

ลูกแมวตัวเล็ก ขนสีขาวกะดำกะด่างเรียบลู่ไปตามหยาดฝน เนื้อตัวก็สั่นเทา อายุน้อยเท่านี้ต้องมาตากฝนหนักๆลำพังอย่างนี้ ก็คงจะหนาวแล้วก็กลัวมากทีเดียว

 

ด้วยความสงสาร หรืออาจจะด้วยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่ สุดท้าย หลังจากยืนมองอยู่เนิ่นนาน ฮิมชานก็ก้มลงช้อนลูกแมวขึ้นมากอดไว้แนบอก ส่งไออุ่นที่เหลืออยู่น้อยนิดจากผิวเนื้อเย็นเยียบให้ผ่านไปถึงร่างเล็กๆเปียกโชก

 

ลูกแมวยังสั่น แต่ก็ดูสงบลงกว่าเดิมมาก มันขดเป็นก้อนกลม เบียดตัวเข้ามา ชายหนุ่มเห็นดวงตาเรียวรีสีน้ำตาลเข้มปรือขึ้นมองนิดหนึ่ง ก่อนจะปิดลงแล้วหลับไปอย่างสบายใจ คล้ายกับจะบอกว่าวางใจในตัวเจ้าของอ้อมแขน ว่าจะไม่คิดร้ายต่อมัน

 

ฮิมชานมองลูกแมวที่ตนโอบอุ้มไว้อย่างประหลาดใจ ความรู้สึกบางอย่างที่ห่างหายไปนานปีแล่นวาบผ่านหัวใจ

 

เมื่อยังเล็กเขาเคยเลี้ยงหนูตัวหนึ่ง เป็นหนูแฮมสเตอร์สีน้ำตาลหน้าตาน่ารัก น้องสาวของเขาเล่นกับมันหนักมือไปหน่อยจนมันเฉาตาย โตขึ้นมาก็เลี้ยงกระต่ายอีกตัวหนึ่ง มันเป็นเพื่อนที่ดีของเขาตลอดช่วงอายุขัย แต่สุดท้ายก็ตายเพราะความชรา หลังจากนั้นแม่ก็ซื้อหมาให้เขา พันธุ์ดีแถมยังแสนรู้เชียวละ แต่ก็ซนมากเหลือเกิน สุดท้ายก็ทะเล่อทะล่าวิ่งลงไปบนถนน แล้วก็โดนรถชนตาย

 

เขาร้องไห้ทุกครั้งที่สูญเสีย ชีวิตของสัตว์เล็กเหล่านี้ช่างสั้นนัก สั้นขนาดที่ชั่วชีวิตหนึ่งของเจ้าของอาจจะต้องวนเวียนอยู่กับการเสียน้ำตาเป็นร้อยๆรอบเพื่อพวกมัน

 

น้ำตาทุกหยดที่ไหลคือความอ่อนแอที่เพิ่มพูน พี่สาวเคยเหน็บด้วยความรำคาญว่าลูกผู้ชายต้องไม่ร้องไห้ง่ายๆ เขาเห็นด้วย และเริ่มเกลียดช่วงเวลาที่ตนเองอ่อนแอ มันทำให้เขานึกถึงตัวเองในรูปแบบของเด็กชายเล็กๆที่ร้องไห้จนตาบวมแดงเพราะยังทำใจกับการจากไปของหนูตัวแรกที่เลี้ยงไม่ได้เสมอ ตอนนี้เขาโตแล้ว และไม่อยากกลับไปเป็นเด็กชายขี้แยอีก จึงตั้งใจว่าพ้นจากหมาตัวล่าสุดแล้วจะไม่เลี้ยงอะไรอีกต่อไป

 

แต่ลูกแมวสีขาวปลอดตัวนี้ทำให้ความรู้สึกหนักแน่นในใจเขาแปลกไป คนมักจะบอกว่าสัตว์รู้ว่าใครรู้สึกอย่างไรต่อมัน แมวตัวนี้คงจับความรู้สึกบางอย่างของเขาได้ มันรู้ว่าเขาไม่เป็นอันตราย อยู่กับเขาแล้วจะปลอดภัย จึงกล้าผล็อยหลับสนิทไปโดยไม่ระวังตัว

 

ชายหนุ่มไม่รู้จะทำอย่างไร จะทำลายความเชื่อใจของเจ้าแมวด้วยการโยนมันทิ้งไว้แถวๆนี้ ปล่อยให้เผชิญชะตากรรมข้างหน้าตามลำพังก็ตัดใจทำไม่ได้ พอคิดถึงภาพลูกแมวตื่นมาเจอหมาจรจัดในละแวกยืนล้อมรอบ มองด้วยสายตาคมปลาบอย่างผู้ล่าจ้องตะครุบเหยื่ออันโอชะแล้ว เขาก็รู้สึกว่ามันออกจะโหดร้ายเกินไป

 

สุดท้ายฮิมชานก็ล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าผืนโปรดขึ้นมา ห่อเจ้าแมวขาวด้วยผืนผ้าอุ่นอ่อนนุ่มอย่างพยายามระวังให้เบามือ ก่อนจะพากลับบ้านไปด้วยกัน

 

 

 

 

 

 

[๒]

 

ได้นอนพักแค่สองวัน ลูกแมวขาวปุยก็อาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

เขาดูแลมันอย่างดี ป้อนข้าวป้อนน้ำ บำรุงด้วยยาปฏิชีวนะ ขัดสีฉวีวรรณให้ เพียงเท่านั้น ลูกแมวมอซอที่เคยผอมโซก็มีน้ำมีนวลขึ้น ดูมีสง่าราศีเปล่งประกายจับตา

 

ตอนแรกเขาคิดว่าถ้าแมวแข็งแรงดีเมื่อไหร่จะปล่อยมันไป แต่ระยะเวลาสองวัน จะว่าสั้นก็สั้น จะว่ายาวก็ยาว.. สองวันเต็มๆที่เขาคลุกคลีอยู่กับแมวตัวนี้ทำให้รู้สึกรักมันขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

 

ลูกแมวน่ารัก ช่างอ้อน ซ้ำยังฉลาดแสนรู้ มันทำให้เขาคิดถึงสัตว์เลี้ยงตัวเก่าๆที่เคยเลี้ยงมา และเมื่อเขาเผลอทึกทักเอาว่ามันคงเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของสัตว์แสนรักทั้งสามตัวที่พระเจ้าประทานมาให้ ภาพบิดเบี้ยวของหมามีหน้าเป็นหนูแฮมสเตอร์แต่มีหูอย่างกระต่ายก็จะทะลึ่งโผล่พรวดมาให้ชักสีหน้าแขยงอยู่เสมอ

 

แต่สุดท้ายชายหนุ่มก็ตัดสินใจว่าจะเลี้ยงมัน ผู้ชายโสดอยู่ตัวคนเดียวในห้องชุดกว้างแต่อ้างว้างอย่างนี้ มีแมวขี้อ้อนสักตัวไว้ช่วยคลายเหงาให้ก็น่าจะดี

 

วันพักผ่อนเสาร์อาทิตย์ผ่านไปอย่างรวดเร็วเหมือนโกหก วันทำงานอันแสนน่าเบื่อเวียนมาถึงอีกครั้ง

 

เขาออกจากบ้าน.. สวมเสื้อสูทสีทึมดูหดหู่ จัดแต่งผมเป็นทรงเรียบแปล้น่าเบื่อเช่นเคย เขาเลิกสวมแว่นและหันมาใส่คอนแทคเลนส์แทนนานแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นภาพลักษณ์ของเขาก็ยังเป็น ลุงแก่จอมเชย เหมือนอย่างที่พวกเด็กฝึกงานในกรมแอบเรียกกันลับหลังไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งที่ความจริงแล้วเขาเพิ่งอายุขึ้นเลขสองนำหน้ามาไม่เท่าไหร่แท้ๆ

 

เขาเดินตัวตรงแน่วอย่างคนบุคลิกดี หนีบกระเป๋าเอกสารไว้ใต้แขนขวา ก้าวยาวๆเป็นจังหวะสม่ำเสมอราวกับจะบังคับให้พ้องไปกับลมหายใจเข้า-ออก มุ่งตรงไปยังกรมบังคับบัญชาการทหารราบหน่วยที่ ๕, ที่ทำงานของเขา, ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปสองช่วงตึก อย่างเป็นกิจวัตร  

 

สิ่งที่ต่างออกไปจากปกติทุกวันคือร่างกลมที่เล็กที่ขดตัวหลับสบายอยู่ในอ้อมแขน

 

ลูกแมวยังเล็กนัก จะปล่อยไว้ลำพังที่บ้านก็กลัวจะเล่นซนจนเกิดอันตราย ฮิมชานอยู่ตัวคนเดียว ไม่มีคนรักหรือแม้แต่รูมเมทเฝ้าห้อง ครั้นจะฝากฝังเพื่อนบ้านที่ทำงานฟรีแลนซ์ให้ช่วยดูแล ชายหนุ่มก็ทั้งเกรงใจและหน้าบางเกินกว่าจะเอ่ยปากขอ จึงคิดว่าจะลองหิ้วเจ้าแมวมาที่กรมดู

 

เจ้านายเขาใจดีและออกจะเอ็นดูสัตว์หน้าขนพวกนี้เป็นพิเศษ ฮิมชานเคยเห็นเลขาฯจอนหิ้วตะกร้ากระต่ายมาครั้งหนึ่ง ท่านนายพลก็ยังแวะเวียนลงไปจับๆลูบๆมันดีอยู่ ถ้าคราวนี้เขาจะพาแมวไปบ้างก็คงไม่น่าว่าอะไร ถึงจะไม่มีตะกร้าหิ้ว แต่เขาก็มีห้องทำงานส่วนตัวเล็กๆในห้องใหญ่ของนายอีกทีหนึ่ง คงใช้ดูแลแมวได้เป็นสัดส่วน จำกัดสิทธิ์ไม่ให้มันออกไปวิ่งเพ่นพ่านให้คนรำคาญ

 

อีกอย่าง.. เท่าที่จำได้ที่ทำงานก็ไม่ได้มีกฎห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้าไปเสียด้วย.. เขาจะลองดูครั้งหนึ่งก่อน ถ้าถูกตำหนิก็จะกลับมาคิดหาวิธีอื่นทีหลัง.. อาจจะต้องเอากลับไปให้แม่ที่บ้านนอกเลี้ยง หรืออาจจะยอมบากหน้าไปฝากเพื่อนบ้านสักพักหนึ่ง หรืออย่างร้ายแรงที่สุดก็อาจจะต้องยอมทิ้งมันไป.. ทั้งหมดนั้นคือทางเลือกที่จะต้องตัดสินใจ หากเจ้านายออกคำสั่งว่าห้ามนำสัตว์เลี้ยงมาที่ทำงาน

 

แต่ถ้าไม่.. เขาคิด ถ้าไม่.. ก็คงจะน่ายินดี 

 

 

 

 

 

 

[๓]

 

ทุกคนในกรมเรียกเด็กคนนั้นว่าคุณคนโต

 

จริงๆแล้วคุณคนโตมีชื่อว่า จองแดฮยอน ถึงจะเป็นเพียงแค่ลูกติด แต่ก็มีฐานะเป็นบุตรชายคนโตของท่านนายพลซึงฮยอน เจ้านายของที่นี่ ทุกคนจึงพร้อมใจกันเรียกด้วยชื่อที่ไม่สมกับตัวเล็กๆ หน้าอ่อนๆนั่นว่า คุณคนโต

 

คุณคนโตแกไม่น่ารักเลย.. เจ้าพนักงานสักคนที่นี่เคยกระซิบให้เขาฟัง ..หยิ่งเหลือเกิน หน้าก็มีอยู่หน้าเดียวคือหน้าบูดเหมือนท้องผูกมาสักหลายเดือน ใครเข้าไปทักทายก็เจอตอบกลับแบบแกนๆพอเป็นพิธี บางคนแปลกหน้าหน่อย เดินสวนกันนี่แกไม่แม้แต่จะปรายเศษตามองเสียด้วยซ้ำ.. สู้คุณคนเล็กไม่ได้สักนิด รายนั้นน่ารัก เจอทีไรก็ยิ้มหวานให้ตลอด เห็นบ่อยๆก็ชื่นใจ

 

คนพูดคงไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองตาลอยไปถึงไหนต่อไหนแล้ว คนฟังเหยียดริมฝีปาก นึกอยากให้ตนเองไม่ลืมทิ้งโทรศัพท์มือถือไว้ในห้องทำงาน จะได้หยิบขึ้นมาอัดวีดีโอหน้าเคลิ้มๆของหมอนี่ส่งให้นายร้อยบังยงกุกดู.. รับรองพ่อทิ้ง ‘งานหลวง’ แล่นกลับมาสะสาง ‘งานราษฎร์’ ทันที ไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมแหง แล้วทีนี้เจ้าพนักงานปากมากก็คงจะได้รู้ถึงสาเหตุที่ทำให้คุณคนเล็กแวะมาเยี่ยมกรมของคุณพ่อบ่อยเกินความจำเป็นเสียที

 

แต่เขาก็ไม่ได้ทำอย่างที่ใจคิด ชายหนุ่มเพียงแค่ยืนฟังคนพูดมากฝอยน้ำลายแตกฟองต่ออย่างเงียบๆ จับใจความได้แค่บ่นว่าค่อนแคะจองแดฮยอนต่อเสียยกใหญ่ และสรรเสริญชเวจุนฮงจนแทบจะยกให้เป็นเทวดาได้เลยทีเดียว

 

ฮิมชานไม่ใช่คนหูเบา เขาทำงานกับนายพลซึงฮยอนมาได้ไม่นานเท่าไหร่ก็จริง แต่ก็นับว่ามีความสนิทสนมอยู่พอควร กับครอบครัวของท่านนายพลแล้วก็พอรู้จักกันอยู่บ้าง ชายหนุ่มสนิทกับชเวจุนฮงมากที่สุดก็เห็นว่าน่ารักจริงอย่างที่อีกฝ่ายว่า แต่กับจองแดฮยอน.. ถึงจะเคยมีโอกาสได้พูดคุยกันแค่สองสามครั้ง แต่ละครั้งก็แค่เป็นการทักทายกันสั้นๆตามมารยาท แต่ฮิมชานก็จับได้ว่าแดฮยอนไม่ใช่เด็กไม่ดี ถึงจะมีท่าทางแ