[Fic] Quel qu'un d'à côté : 01 [TaeKey ft. others]
posted on 07 Nov 2009 11:12 by kyosama in Quel-quun-da-cote
Title : Quel qu'un d'à côté; le premier coup [01]
Author : kyosama
Pairing : TAEMKEY / MINEW ft. KYUHAE ‘n TEMPG
Rate : PG-13
Genre : AU / Romance? / Drama?
Author’s note : มึนๆเมาๆและงงๆ
BGM : http://www.youtube.com/watch?v=TNnoUjysPeg ฟังนะครับ :))
“ว้าว...”
คีย์บอมอุทานเสียงแผ่ว ดูจะตื่นเต้นขึ้นทันทีที่ย่างเท้าก้าวเข้าสู่สถานที่ที่กำลังจะกลายมาเป็นที่อยู่ของเขาในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้
ร่างโปร่งบางในชุดเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ตัวโปรดวางมือจากรถเข็นที่ขอยืมมากจากลุงยามหน้าอพาร์ตเม้นท์ ย้ายกล่องสามใบที่ซ้อนกันอยู่เป็นตั้ง ลงมาวางเรียงไว้ที่พื้น ก่อนจะเข็นรถกลับไปคืนเจ้าของ แล้วจึงค่อยวกกลับมาติดต่อเรื่องย้ายเข้ากับประชาสัมพันธ์จนเรียบร้อย
ระหว่างที่รอพนักงานต้อนรับหาตรวจเช็คเอกสาร เด็กหนุ่มก็กวาดสายตาสำรวจสภาพคร่าวๆไปเรื่อย...ดูจากไซส์ของล็อบบี้แล้ว ตัวตึกขนาดเท่านี้ คงจัดแบ่งเป็นห้องที่ ‘อยู่สบาย’ ตามที่ลงไว้ในโฆษณาได้สักหกหรือแปดห้องต่อชั้น ลองคำนวณดูก็คิดว่าคงแบ่งเฉลี่ยได้ห้องละหกหรือเจ็ดสิบตารางเมตร...คงไม่มากไปกว่านั้น
โฆษณาที่ลงไว้ในหนังสือพิมพ์บอกรายละเอียดว่าตึกนี้มีทั้งหมดสิบสี่ชั้น นับเอาล็อบบี้เป็นชั้น G ส่วนชั้นหนึ่งก็ค่อยเริ่มนับตั้งแต่ชั้นถัดไป ตอนก่อนจะเข้ามาข้างใน คีย์บอมก็มัวแต่ตื่นเต้นกับที่อยู่ใหม่จนลืมดูว่ามันมีสิบสี่ชั้นจริงอย่างที่บอกหรือเปล่า แต่ดูจากลิฟต์สองตัวที่อวดโฉมอยู่ตรงสุดโถงทางเดินตรงนั้น เขาก็พอจะคิดได้ว่ามันคงไม่ได้มีไว้เพื่อเป็นของประดับอย่างเดียวเป็นแน่
เฟอร์นิเจอร์กับของตกแต่งอย่างอื่นที่เห็นใช้อยู่ในห้องนี้ก็เหมือนกัน มันคงจะไม่ใช่ของมียี่ห้อหรือราคาแพงอะไร แต่ดูก็รู้ว่ามีฝีมือในการออกแบบ เลือกใช้ และจัดวาง เพราะองค์ประกอบที่ลงตัวระหว่างสีสันและรูปทรง ช่วยทำให้ห้องที่มีแต่ของโนเนมกลายเป็นห้องที่ดูน่าอยู่ขึ้นมาถนัดตา
เทียบกับราคาที่จ่ายไป ก็ถือว่าดีกว่าที่คิดไว้เยอะ
มือเรียวชื้นเหงื่อกำกุญแจห้องที่เพิ่งได้รับไว้แน่น โลหะแผ่นบางปั๊มลายนูนหมายเลข ‘104’ ที่ห้อยเป็นพวงกุญแจอยู่ แกว่งไกวสะท้อนล้อแสงโคมไฟติดเพดานวิบวับ
บ้านใหม่ของเขา...
XOXOXOXOXOXOXOXOXOXOXOXOXOXOXOXOXOX
กว่าจะฉุดกระชากลากสัมภาระทั้งหมดมากองไว้หน้าลิฟต์ได้ คิมคิบอมก็เหงื่อซึมจนหน้ามันแผล็บ ความจริงข้าวของของเขาก็มีแค่กล่องกระดาษสามใบเท่านั้นเอง แต่เพราะว่ามันหนักมาก (ซึ่งคีย์ก็ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงหนักบ้าอะไรได้ขนาดนี้) คีย์เลยตัดสินใจว่าจะใช้บริการลิฟต์ดีกว่า (ไหนๆก็จ่ายเงินค่าไฟรวมอยู่ในค่าเช่าห้องไปแล้วนี่!) เด็กหนุ่มกำลังจะเอื้อมมือไปกดปุ่มเรียก แต่แผ่นกระดาษที่แปะไว้หน้าประตูลิฟต์ก็ทำให้เขาชะงัก
- เนื่องจากวันนี้มีกำหนดการตรวจเช็คระบบไฟประจำเดือน จึงจำเป็นต้องงดให้บริการตั้งแต่ 08.30 ถึง 09.00 ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ -
ข้อความสั้นง่ายได้ใจความที่ตีพิมพ์หราอยู่บนหน้ากระดาษทำให้คนอ่านขมวดคิ้ว
อ้าว แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ นี่ใจคอจะให้เขาแบกของพวกนี้ขึ้นบันไดหกชั้นจริงๆเลยหรือไง?
คีย์บอมยืนเท้าเอว พยายามเค้นเอาคำตอบด้วยการจ้องประตูลิฟต์เขม็ง ก่อนจะก้มมองสัมภาระสองสามกล่องที่กองอยู่แทบเท้า แล้วก็เงยหน้าขึ้นถลึงตาใส่ประตูลิฟต์อีกครั้งเหมือนจะคาดโทษ แต่ขอทีเถอะ ไอ้กล่องสี่เหลี่ยมที่ทำได้แค่เคลื่อนที่ขึ้นลงเพราะกระแสไฟแบบนี้มันจะมีปัญญามานั่งเห็นอกเห็นใจเขาได้ยังไงกันเล่า(หรือต่อให้มี...คีย์ก็คิดว่ามันคงเลือกจะแลบลิ้นกวนประสาทใส่มากกว่าทำหน้าตาสำนึกผิดอยู่ดี)
เด็กหนุ่มถอนหายใจ...ยังไงก็โทษใครไม่ได้นอกจากตัวเอง ไอ้ป้ายประกาศนี่ก็ลงวันที่ซะชัดว่าปริ้นท์มาแปะตั้งแต่สามวันที่แล้ว เป็นความผิดของเขาเองแหละที่ดันมาเห็นช้าเกินไป เวรจริงๆ!
คีย์สบถอุบ ลองเตะๆสำรวจน้ำหนักของแต่ละกล่องสักพักก็ลากเอากล่องสองใบที่หนักกว่าไปฝากไว้ที่เคาท์เตอร์ล็อบบี้ ส่วนใบเบาสุดที่เหลืออยู่ก็อุ้มขึ้นกอดเต็มสองมือ เขากะว่าจะเอากล่องนี้ขึ้นไปเก็บที่ห้องก่อน ฆ่าเวลาด้วยการทยอยจัดของ รอจนกว่าลิฟต์จะเปิดใช้งานอีกครั้งแล้วถึงค่อยลงมากวาดอีกสองกล่องที่เหลือตามขึ้นไป
แต่ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะกล่องบ้าที่มีขนาดไซส์แปรผันผกผันกับน้ำหนักมันจ้องจะเอาแต่บดบังทัศนียภาพข้างหน้าของเขาอยู่ได้ ทำให้คีย์สะดุดขาตัวเองบ้าง สะดุดขอบบันไดบ้าง ชนหัวราวบันไดตอนเลี้ยวมุมบ้าง และอื่นๆอีกมากมาย ที่ทำให้เขาอดนึกสงสัยไม่ได้ว่ากว่าจะกลับถึงห้อง เขาจะได้แผลช้ำติดตัวกลับไปซักกี่จ้ำกันหนอ
แบกของขึ้นบันไดอย่างทุลักทุเลสลับกับพักหอบเป็นระยะๆได้สักพัก คิมคิบอมก็ลากสังขารมาหยุดพักเหนื่อยเอาที่ตรงชานเชื่อมระหว่างชั้นห้ากับชั้นหก เด็กหนุ่มปาดเหงื่อที่ผุดซึมตามไรผมทิ้ง กล่องใบนี้มันไม่หนักเลยจริงๆนะ แต่อาจจะเป็นเพราะอากาศร้อนแถมยังเดินเยอะอีก เขาถึงได้รู้สึกเหนื่อยเอาเรื่องเหมือนกัน...
โบกมือพัดเรียกลมให้ตัวเองอีกสองสามทีแล้วก็สูดลมหายใจเรียกแรงฮึด เอาน่า อีกแค่ชั้นเดียวเอง
คิมคิบอม..สู้โว้ย!
แต่ยังไม่ทันที่จะก้าวขาเหยียบบันไดขั้นต่อไปดี เสียงฝีเท้าตึงตังกับการปรากฏตัวของใครบางคนที่มุมตึกก็ทำให้เด็กหนุ่มละสายตาขึ้นมอง
...ทุกอย่างมันเกิดขึ้นพร้อมกันแค่ในเสี้ยววินาที ตั้งแต่เห็นอีกคนวิ่งลงบันไดลงมา...ขยับตัวเบี่ยงหนีให้ทาง...แต่ใครคนนั้นก็ไม่มีโอกาสได้รับน้ำใจของคีย์ เพราะสะดุดปลายเท้าตัวเองจนหน้าคว่ำ โถมทั้งตัวใส่เขาจนล้มลงไปกองกับพื้นทั้งคู่ กล่องที่ถืออยู่กระเด็นไปตกอยู่อีกด้าน ส่วนตัวเขาก็นอนแผ่อยู่กับพื้น โดยมีคนแปลกหน้านอนทับอยู่อีกชั้น
“โอย...” คีย์โอดเสียงสั่น รู้สึกเจ็บแถวก้นกบนิดๆ...สงสัยตอนล้มคงกระแทกพื้นแรงเกินไปแน่ๆ
ซากสิ่งมีชีวิต(หรืออาจจะแค่เคยมี? สุดแท้แต่พระเจ้าจะรู้)ขยับตัวนิดหน่อย นิ่งค้างอยู่อีกสักพัก ก่อนจะลุกพรวดขึ้นนั่ง...บนพุงเขา นัยน์ตาชั้นเดียวเบิกกว้าง(ที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วล่ะมั้ง แต่ก็ได้แค่นั้นอยู่ดีนั่นแหละ) ก่อนจะตะโกนเสียงดังจนคนฟังแทบสะดุ้ง...แต่ก็ยังไม่คิดจะย้ายโลเคชั่นห่างจากพุงเขาอยู่ดี
“ขอโทษครับ! ขอโทษครับ! คุณเป็นอะไรหรือเปล่า? โอเคมั้ย? ไม่เจ็บมากใช่มั้ย? กูไปทำอะไรเค้าแตกหักเปล่าวะเนี่ย ฮือ” ประโยคสุดท้ายพึมพำกับตัวเองด้วยสีหน้า...ติดจะประสาทนิดๆ จนคีย์แอบหวั่นไม่ได้ว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับอะไรอยู่เนี่ย? คนประสาทอ่อนหรือเปล่า หรือว่าอะไร?
“ไม่เป็นไรฮะ ผมโอเคดี” เด็กหนุ่มผมน้ำตาลหัวเราะแหะๆ โบกมือไปมาเป็นเชิงว่าสบายดี “แต่ถ้าคุณจะกรุณาช่วยลุกหน่อยก็คงจะดีกว่านี้นิดนึงน่ะครับ”
ไม่ได้อยากจะใจร้ายหรอกนะ แต่แหม คิมคิบอมก็ตัวแค่นี้เอง...ก็หนักเป็นอะไรเป็นเหมือนกันนี่นา
คนฟังทำหน้าช็อคเหมือนโลกกำลังจะแตกในอีกสิบวินาทีข้างหน้า อีจินกิกะพริบตาปริบ พยายามทำความเข้าใจกับประโยคที่กล่อมตัวเองให้เชื่อว่าเป็น เอ่อ ประโยคขอร้องอย่างสุภาพ สมองน้อยๆใช้เวลาห้าวิกว่าในการประมวลผล แล้วใจความที่สรุปได้ว่าตัวเองกำลังโดนคนไม่รู้จักด่าว่า ‘ไอ้อ้วนนี่จะนั่งบนตัวกูอีกนานไหม ลุกสักทีสิ หนักจะตายอยู่แล้วโว้ย’ ก็ทำให้เจ้าตัวสะดุ้งโหยง
ชายหนุ่มลนลานลุกขึ้น ก่อนจะเข้ามาช่วยพยุงคีย์ให้เขยิบไปนั่งพิงกำแพงที่อยู่ด้านหลังตามที่เจ้าตัวขอ...ก็ยังเจ็บอยู่เลยนี่ครับ ขอนั่งพักก่อนสักแปบก็แล้วกัน
แล้วก็เหมือนรีรันแผ่นหนังซ้ำอีกครั้ง ยังไม่ทันที่คีย์บอมจะได้เอนหลังพิงผนังพักดี เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นรอบสอง พร้อมกับเสียงร้องเรียกอย่างตกใจจากชั้นบน ก็ดึงความสนใจจากคนสองคนให้หันกลับขึ้นไปมอง
“พี่อนยู!”
ผู้มาใหม่เป็นเด็กผู้ชายตัวสูงในชุดเสื้อเชิ้ตปล่อยชายกับกางเกงสแลคสีดำ ที่บอกว่าเป็นเด็กผู้ชายก็เพราะว่าพินิจจากดวงหน้าอ่อนเยาว์นั่นแล้ว คีย์ฟันธงได้เลยว่าอีกฝ่ายคงอายุน้อยกว่าแน่ๆ...และดูจากอาการที่คนตรงหน้าโบกไม้โบกมือให้แบบนี้แล้ว...รับรองว่าเด็กที่กำลังกำลังวิ่งมาหากับผู้ชายที่ทำให้เขาเจ็บตัวตั้งแต่วันแรกที่ย้ายเข้าต้องรู้จักกันแหงๆ
“แทมินอา!” อ่า นั่นไง รู้แล้ว เด็กคนนั้นชื่อแทมิน ส่วนพี่ชายที่กำลังโบกมือหยอยๆอยู่ตรงนี้ชื่ออนยูสินะ...
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ” แค่คำถามแรกที่น้องชายยิงใส่ จินกิก็ตอบไม่ถูกแล้ว ก็จะให้บอกว่าอะไรล่ะ อ๋อ พี่สะดุดขาตัวเองแล้วกลิ้งลงมาทับคุณคนนี้พอดีน่ะ มันจะดูน่าอนาถเกินไปหรือเปล่า... อีแทมินขมวดคิ้วมุ่น พี่ชายไม่ยอมตอบ แต่ถึงอย่างนั้น แค่กวาดตาประเมินสภาพแวดล้อมคร่าวๆเขาก็พอจะเดาสถานการณ์ได้
“นี่พี่ล้มอีกแล้วเหรอ” อีจินกิหน้ามุ่ย อะไรวะ ทำไมต้องทำเสียงดุด้วย ก็มันเป็นอุบัติเหตุนี่ เขาไม่ได้ตั้งใจซักหน่อย
“ก็ขามันพันกันเองนี่” พี่ชายพึมพำแก้ตัว เป็นข้อแก้ตัวที่แย่จนน้องชายต้องส่ายหน้า สภาพพี่ชายตอนนี้ดูไม่ได้เลย ไม่เหลือเค้าความเป็นรองผู้บริการบริษัทยักษ์ใหญ่เลยแม้แต่นิด
“ช่างเถอะ ผมชินแล้ว...แต่ดูเหมือนคุณคนนี้จะยังไม่ชินเท่าไหร่นะ” แทมินหมายถึงผู้ชายตัวเล็กที่นั่งพิงกำแพงอยู่ ท่าทางจะเป็นผู้เคราะห์ร้ายจากความซุ่มซ่ามของพี่เขาสินะ ดูจากท่าทางแล้วน่าจะเจ็บตัวพอดู(ก็พี่ชายใช่ว่าจะตัวเล็กๆเหรอ..?) แถมข้าวของยังกระจัดกระจายอยู่ตรงโน้นอีก น่าสงสารว่าคงจะดวงตกจริงๆ
จินกิสะดุ้ง ถ้าไม่ได้แทมินเตือนเขาก็คงลืมไปแล้วว่าเพิ่งทำให้ใครเจ็บตัวมาหมาดๆ แต่ยังไม่ทันได้ถลาเข้าไปถามไถ่อาการคนแปลกหน้าอย่างที่ใจหวัง เสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นขัดเสียก่อน ชายหนุ่มหันกลับไปสบตากับน้องชายอย่างตระหนก...หน้าจอมือถือขึ้นตัวอักษรชัดเจนว่า [พ่อ]
แทมินยิ้มบาง “พี่รีบไปเถอะ”
“อ่า.. แต่...แต่...” อีจินกิยังมีท่าทีละล้าละลัง เสียงโทรศัพท์ที่ดับลงและดังขึ้นอีกครั้งยังคงทำให้เจ้าของสะดุ้งได้เหมือนเคย คนเป็นน้องชายส่ายหน้า.. ดันไหล่คนอายุมากกว่าเบาๆ
“ไปเถอะฮะ เดี๋ยวตรงนี้ผมจัดการเอง” ดูจากแววตาก็รู้ว่าพี่ชายคนใจอ่อนคนนี้ยังลังเลอยู่มาก แทมินถึงได้ใช้สีหน้าจริงจังกับน้ำเสียงเป็นการเป็นงานเข้ากดดัน...จนกล่อมให้คนฟังยอมทำตามในที่สุด จินกิพยักหน้า รีบหยิบเอากระเป๋าที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นถือ ชายหนุ่มหันกลับมาก้มศีรษะเล็กน้อยให้คีย์...แทนทั้งคำขอโทษและคำลาในคราวเดียวกัน ก่อนจะรีบผละจากไป
ความเงียบคืบคลานเข้าครอบคลุมทันทีที่แผ่นหลังของร่างโปร่งในชุดสีครีมลับสายตา
พอไม่มีรอยยิ้มหวานๆกับเสียงนุ่มๆชวนให้รู้สึกอุ่นๆของพี่คนนั้นแล้ว...
พอเหลือแต่คีย์กับคนที่เอาแต่ทำหน้านิ่งตามลำพังแบบนี้แล้ว...บรรยากาศก็ดูจะน่าอึดอัดขึ้นมาถนัดใจ
“ว่าไงคุณ ลุกไหวไหม”
น้ำเสียงที่ใช้เรียบนิ่งไม่ต่างจากสีหน้า คีย์เม้มปากกับคำถาม แต่ก็ยอมตอบรับว่ายังโอเคดีอยู่ ถึงจะรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวเข่า แต่เขาก็ไม่คิดอยากจะได้ ‘น้ำใจฝืนยื่น’ จากผู้ชายที่ยืนค้ำหัวอยู่ตรงนี้สักเท่าไหร่ และก็ไปเป็นตามที่คาด...พอเห็นว่าคู่สนทนายืนยันว่ายังพึ่งตัวเองได้ คนถามก็ไม่ได้ใส่ใจจะซักไซ้ต่อ ร่างสูงโปร่งแยกไปช่วยเก็บข้าวของที่กระจัดกระจายอยู่ตามพื้น ปล่อยให้คีย์บอมกัดฟันพยุงตัวลุกขึ้นตามลำพัง
“นี่เพิ่งย้ายมาใหม่เหรอ ผมว่าไม่เคยเห็นหน้าคุณเลย”
แทมินพยายามชวนคุย สำหรับคนอย่างเขา...มันค่อนข้างลำบากกับการเป็นฝ่ายเริ่ม ตั้งแต่เด็กแล้วที่คุณหนูคนเล็กไม่ค่อยมีเพื่อนรุ่นเดียวกัน เพราะเคยชินกับการตีหน้านิ่งเพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่น่าเกรงขามของครอบครัวมาโดยตลอด รวมทั้งด้วยฐานะที่เป็นอยู่ทำให้ไม่จำเป็นต้องเป็นฝ่ายเข้าหาใครก่อน ทำให้เขาถูกมองว่าหยิ่ง อีกทั้งสายตาเป็นมิตรที่มักจะเปลี่ยนไปทันทีที่รู้ว่าเขาเป็นใคร...มันชวนให้รู้สึกแย่ ดังนั้นเขาถึงได้เลี่ยงการผูกสัมพันธ์กับผู้คนมาโดยตลอด ยิ่งคนไม่คุ้น เขายิ่งไม่อยากเสนอตัวเข้าทำความรู้จักด้วย แต่กับคนแปลกหน้าผมยุ่งคนนี้...ไม่รู้ทำไม เขาถึงได้รู้สึกว่าอยากรู้จักนัก
เพราะว่าเป็นคนแปลกหน้าที่ดูเหมือนจะไม่รู้จักลูกชายคนเล็กของตระกูลอี...
เพราะว่าเป็นคนแปลกหน้าเขาอาจสามารถแสดงตัวตนที่แท้จริงออกไปได้...
เพราะว่าเป็นคนแปลกหน้าที่น่าจะยอมเป็นเพื่อนกับ ‘อีแทมิน’ ที่เป็นแค่คนธรรมดาๆ...ใช่หรือเปล่า
หรือว่าเป็นเพราะอะไร?
เด็กหนุ่มหาเหตุผลที่จะตอบข้อสงสัยของตัวเองไม่เจอ แต่ท่ามกลางความสับสนนั้นก็ยังอุตส่าห์คิดต่อเอาเองว่า คงเป็นเพราะคนคนนี้บังเอิญเป็นเหยื่อความซางเทของพี่ชาย มันจึงเป็นหน้าที่ของน้องชายที่ดีอย่างเขาที่จะต้องคอยรับผิดชอบดูแลให้ถึงที่สุด
คีย์มองคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาเก็บของให้ตัวเองอย่างประหลาดใจ...น้ำเสียงแข็งๆนั่นไม่เห็นเข้ากันกับประโยคไต่ถามนั่นสักนิด จะตีความว่าอีกฝ่ายแค่ถามตามมารยาทไปส่งๆก็ได้ แต่ไม่รู้ทำไม คีย์ถึงได้รู้สึกมั่นใจนักว่าอีกฝ่ายถามเพราะใส่ใจอยากจะรู้จริงๆ
“อืม”
ถึงอย่างนั้นก็ยังอดหมั่นไส้ไม่ได้ ...ไหนๆก็ถามสั้นมาแล้ว ขอตอบห้วนกลับบ้างเถอะ!
“อ่าฮะ แล้วอยู่ห้องไหนล่ะ” คนอายุน้อยกว่ายังถามเรื่อยๆ ดูจะไม่ติดใจกับคำตอบเมื่อกี้
“104” ว่าจะแกล้งตอบสั้นเหมือนเดิมแล้วเชียว แต่สุดท้ายก็อดจะถามต่ออย่างอยากรู้ไม่ได้ “แล้วนายล่ะ”
“106 ครับผม” อีแทมินตอบเสียงใส ปล่อยตุ๊กตากระต่ายหูยาวที่คีบติดนิ้วอยู่ลงกล่อง ของชิ้นสุดท้ายกลับเข้าที่โดยสมบูรณ์แล้ว “ห้องข้างๆกันเลย”
“จริง?” คีย์ตาโต พอแทมินพยักหน้ายืนยันก็ยิ่งตาโตหนัก ก่อนจะระเบิดหัวเราะก๊าก “บังเอิญชะมัดเลยเนอะ ฮ่าๆ”
“ผมก็ว่างั้น” เด็กหนุ่มผมแดงร่วมหัวเราะผสมโรงด้วย แทมินช้อนลังกระดาษใบใหญ่ขึ้นอุ้มชิดอก ก่อนจะนำขึ้นบันไดก้าวแรก “ไปกันยังครับ?” ก็แค่หันกลับไปถามเฉยๆ...แต่รอยสีแดงเข้มบนหน้าขาขาวจัดที่เพิ่งสังเกตเห็นกลับทำให้อุทานเสียงหลง
“เฮ้ย คุณเลือดออกนี่!” คีย์ก้มลงมองตามที่มือของอีกฝ่ายชี้ เออ เลือดออกจริงๆด้วยว่ะ แผลสีแดงสดขนาดใหญ่กว่าสองนิ้วที่หน้าแข้งทำเอาเขาลมจะจับ...คงได้มาจากการไถลครูดกับพื้นเมื่อกี้นี้ อยากรู้เสียจริงว่าใครมันเป็นคนออกแบบอาคาร เสนอความคิดให้ปูพื้นด้วยซีเมนต์กรวดทรายแบบนี้วะ อย่าให้จับตัวได้เชียวนะ มันน่าตีให้ตายซะจริง
แต่ยังโชคดีที่แผลไม่ค่อยเจ็บเท่าไหร่ แล้วก็ไม่แสบด้วย เพราะเป็นแค่แผลถลอก แต่ว่า...พอเห็นเลือดซึมเยอะแบบนี้แล้วมันก็ชวนให้ขาสั่นยังไงไม่รู้แฮะ
“ไม่เป็นไรหรอก ก็แค่แผลถลอก” พยายามกัดฟันตอบให้อีกคนไม่ต้องเป็นห่วง แต่คนฟังกลับขมวดคิ้วฉับ แย้งเสียงแข็ง
“บอกว่าไม่เป็นไรไม่ได้นะ ถ้าเกิดเป็นบาดทะยักขึ้นมาจะทำยังไง” ว่าแล้วก็คว้ามือคนเจ็บขึ้นจับ ก่อนจะบังคับให้เดินตามมา
“เดี๋ยวแวะไปทำแผลที่ห้องผมก่อนก็แล้วกัน”
T B C . . .
• ช้ามาก - - คซม.อยู่ในสภาวะ Fiction Block ครับ ฮ่าๆๆ
• บีจีเอ็มไม่ค่อยเกี่ยวกับฟิคเท่าไหร่ แต่ความจริงพล็อตตอนแรกมันเป็นแบบในเพลงแหละ แต่เขียนไปเขียนมาก็เปลี่ยนซะงั้น - - บรึ๋ยสุดสุด
• เขียนไม่ดีเลย ฮ่าๆ - - ขอโทษด้วยจริงๆค่ะ
• ขอบคุณมากๆสำหรับคอมเม้นท์เมื่อตอนที่แล้วนะฮะ<3
• พิเศษถึงเตย Q.siar : ลงแล้วน้ะ เลิกทวงได้แล้ว! เอาเอ็มวีมาให้ด้วย! เช้ะ!!
• อีกสามวันคะแนนแกทแพทรอบสามก้จะออกแล้วอะ กรี๊ดดดดดดดดดดดด TTvTT กลัวว;;; ฮือๆๆ

















อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก
กรี๊ดกร๊าดกรี๊ดกร๊าด!!
เดี๋ยวมาอ่านๆ
ตอนนี้ต้องไปเอาหนังสือก่อน
จุ๊บ.
ปล.เอ็มวีจะตามมานะจ๊ะ^^
#1 By ★~qsiar on 2009-11-07 12:14