[Fic] Quel qu'un d'à côté : le prologue [TaeKey ft. others]
posted on 08 Oct 2009 23:32 by kyosama in Quel-quun-da-cote
Title : Quel qu'un d'à côté; le prologue
Author : kyosama
Pairing : TAEKEY / MINEW / KYUHAE / TEMPG
Rate : PG-13
Genre : AU / Romance? / Drama?
Author’s note : มันมาจนได้ TvT; (แต่จะรอดไปซักกี่น้ำนี่ไม่รู้ =_= 55555555555)
. . . l e p r o l o g u e . . .
“พี่อนยู จะกลับแล้วเหรอฮะ”
เจ้าของชื่ออนยูหรือที่รู้จักกันทั่วไปในนามอีจินกิยกนาฬิกาเรือนโปรดขึ้นดูเวลา
“อื้อ นี่ก็เลทกว่าที่บอกพ่อไว้ตั้งครึ่งชั่วโมงแล้ว ขืนช้ากว่านี้อีก เดี๋ยวเกิดความแตกว่าแอบออกมาหานายแล้วเราจะพลอยซวยกันหมด”
อีแทมินเบ้หน้า หากเมื่อนึกถึงสีหน้าบึ้งตึงและถ้อยคำเกรี้ยวกราดที่พี่ชายจะต้องกลับไปเผชิญแล้วก็ทำให้เขาจำต้องยอมพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ จินกิลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างเบามือ ถึงคนอื่นจะบอกว่าแทมินเป็นเด็กก้าวร้าวหรือดื้อรั้นยังไง แต่ในสายตาของจินกิ น้องชายของเขาทั้งหัวอ่อนแล้วก็ว่าง่ายเสมอ
“งั้นพี่ไปแล้วนะ เอ้านี่...” ซองกระดาษสีน้ำตาลหนาเตอะถูกหยิบออกมาส่งต่อให้ร่างโปร่ง แทมินส่ายหน้า แต่คนเป็นพี่ชายก็ใช้นัยน์ตาตี่ๆคู่นั้นส่งสายตากดดัน เค้นจนสุดท้ายเขาก็ยอมรับมันมาถือไว้จนได้ น้ำหนักของซองกระดาษนั้นค่อนข้างหนักพอสมควร หากมันไม่ได้ทำให้เขาดีใจเลย ต่อให้รู้อยู่แก่ใจว่าข้างในนั้นมีอะไรอัดแน่นอยู่ก็ตามที
“...ค่าเทอม ค่าเช่าห้องแล้วก็ค่าน้ำค่าไฟ...จ่ายครบแล้วคงจะพอเหลือเป็นค่าใช้จ่ายอีกนิดๆหน่อยๆ มันไม่ได้มากเท่าไหร่หรอกนะ ขอโทษด้วย เจียดมาให้ได้แค่นี้จริงๆ ลำพังทุกวันนี้บัญชีพี่ก็โดนพ่อคุมจนแทบจะเบิกจะถอนไม่ได้อยู่แล้วเนี่ย”
จินกิถอนหายใจ ความจริงเขาก็คิดว่าพอจะเข้าใจความรู้สึกของบิดาอยู่บ้าง ความรู้สึกที่มีต่ออีแทมิน...ลูกชายคนเล็กที่เปรียบเสมือนของขวัญล้ำค่าที่หญิงสาวผู้เป็นที่รักได้มอบไว้ให้ก่อนจะจากไปตลอดกาล
เป็นธรรมดาที่ผู้เป็นพ่อจะทั้งรักทั้งห่วง หากด้วยความที่เป็นคนเคร่งจัด ความหวังดีที่ซุกซ่อนอยู่ในความเข้มงวดจึงไม่อาจส่งผ่านถึงลูกชายได้เลย ความแตกต่างทางด้านความคิดก่อให้เกิดความไม่เข้าใจ ก่อนที่จะแปรเปลี่ยนเป็นความบาดหมาง ห่างเหิน เย็นชา จนลุกลามไปเป็นการทะเลาะเบาะแว้งจนถึงขั้นแตกหักเมื่อสองสามเดือนที่ผ่านมา
แทมินไม่ผิด...ใช่ น้องแค่ต้องการมีชีวิตเป็นของตัวเอง...บางที...สิบหกปีที่ได้แต่เดินตามเส้นทางที่พ่อกรุยไว้ให้ในฐานะลูกชายคนเล็กของเจ้าของบริษัทอีคอเปอเรชั่นมันอาจจะทำให้น้องเบื่อ บางที...กรอบที่พ่อตีขึ้นมา กรอบที่พ่อเอาแต่บีบบังคับให้น้องอยู่แต่ในนั้น เขาเข้าใจว่ามันอาจจะทำให้น้องอึดอัด
จินกิรู้ดี...แทมินเป็นคนช่างฝัน...น้องเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์และความรักทางด้านการเต้น นั่นทำให้อีแทมินใฝ่ฝันที่จะเป็นนักเต้นตั้งแต่ยังเด็ก หากกับความคิดของผู้ชายที่เป็นเจ้าของเครือบริษัทส่งออกผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองในเกาหลี วิชาที่ไม่เกี่ยวกับการตลาด บัญชี และบริหารล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องไร้สาระทั้งนั้น
นอกจากพ่อจะไม่สนับสนุนให้แทมินได้ทำตามความฝันสมใจแล้ว เขายังปิดกั้นโอกาสทุกอย่างของน้อง บังคับให้เรียนหนักเพื่อที่น้องจะได้ไม่มีเวลายุ่งเรื่องดนตรี พอรู้ว่าน้องแอบฝึกซ้อมท่าเต้นด้วยตัวเองก็สั่งห้าม พอรู้ว่าน้องแอบไปเรียนเต้นจากเพื่อนก็สั่งกักบริเวณให้อยู่แต่ในบ้าน หนักเข้าก็ฉีกใบสมัครออดิชั่นเป็นแดนเซอร์ของค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ค่ายหนึ่งที่เพื่อนน้องแอบเอามาให้ทิ้ง
และนั่นคือจุดเปลี่ยน...แทมินระเบิดทุกสิ่งทุกอย่างที่อัดอั้นอยู่ในใจต่อหน้าพ่อ ก่อนจะวิ่งตึงตังขึ้นข้างบน กวาดเสื้อผ้าข้าวของเท่าที่พอจะเก็บได้ลงกระเป๋า แล้วก็หายหน้าออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
พ่อร้อนใจ...ถึงแม้ว่าจะพยายามปกปิดไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยเย็นชา แต่แววตาของพ่อสะท้อนให้เห็นแต่ความร้อนรน และมันก็ยังไม่จางหายไป ถึงแม้จะมีคนรายงานว่าพบแทมินแล้วก็ตามที หากทิฐิที่ค้ำคอไม่อาจทำให้อีแทซกเอ่ยปากเรียกลูกชายคนเล็กกลับบ้านได้ จินกิจึงเสนอตัวเป็นฝ่ายไปเจรจากับน้องที่บ้านของเพื่อนสนิทแทมินแทน แต่ผลที่ได้คือความล้มเหลว แทมินยืนกรานที่จะไม่กลับบ้าน ตราบใดที่พ่อยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะบังคับให้เขาเรียนต่อด้านการบริหารและละทิ้งความฝันทั้งหมด คฤหาสน์ประจำตระกูลอีก็จะไม่มีวันได้มีโอกาสต้อนรับคนที่ชื่ออีแทมินอีกเป็นครั้งที่สอง
แน่นอนว่าพ่อไม่ยอมรับข้อตกลงนี้ ในเมื่อต่างฝ่ายต่างก็แรง ไม่มีใครคิดจะยอมใคร จินกิเลยต้องกลายสภาพมาเป็นผู้ไกล่เกลี่ยจำเป็นไปโดยปริยาย ชายหนุ่มยื่นข้อเสนอกับบิดา...ให้แทมินได้มีโอกาสลองใช้ชีวิตตามใจตัวเองบ้าง โดยมีเงื่อนไขใหญ่ข้อหนึ่งคือเรื่องที่อยู่อาศัย เรื่องการเงิน เรื่องการศึกษา จะไม่มีใครยืนมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวเด็ดขาด ในเมื่อตัดสินใจจะหันหลังออกจากที่นี่แล้ว ก็จะไม่มีวันได้รับความช่วยเหลือใดๆจากบ้านหลังนี้อีกต่อไป
จะเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้ายก็ไม่รู้ที่ทั้งสองฝ่ายตอบตกลง...อีแทซกอายัดบัตรเครดิต บัตรเอทีเอ็ม และล็อคบัญชีต่างๆที่มีชื่ออีแทมินเป็นส่วนร่วมทันทีในวันรุ่งขึ้น ส่วนแทมินก็ย้ายออกจากบ้านเพื่อนสนิทมาเช่าห้องอยู่ที่อพาร์ทเม้นต์ระดับกลางด้วยเงินเก็บส่วนตัวก้อนสุดท้าย...
...โดยมีเขาคอยให้ความช่วยเหลืออยู่ลับๆ
แหม ก็น้องชายทั้งคนนี่ครับ จะให้ใจจืดใจดำ นั่งมองน้องใช้ชีวิตอยู่อย่างอดๆอยากๆน่ะ จินกิทำไม่ได้หรอก
พ่อเอง...ลึกๆก็คงอยากให้น้องกลับไปอยู่บ้าน แต่อีกใจหนึ่งก็คงหมั่นไส้ที่ลูกชายอวดดี เลยอยากจะรอดูว่าจะดึงดันยืนด้วยลำแข้งของตัวเองต่อไปได้อีกนานแค่ไหน ความจริงแล้วเขาก็ไม่อยากนินทาหรอกนะ เดี๋ยวจะบาปเปล่าๆ แต่รู้ไหมฮะ แทมินกับพ่อนี่หยิ่งก็ที่หนึ่ง ดื้อก็ที่หนึ่ง รั้นก็ที่หนึ่ง เอาแต่ใจก็ที่หนึ่ง...นิสัยเหมือนกันชะมัด
แทมินกรีดปึกธนบัตรในมือนับ...มีแต่ธนบัตรใบละหมื่นวอน นับรวมทั้งปึกก็ไม่น่าต่ำกว่าสองแสนห้า...หักค่าเช่า ค่าน้ำค่าไฟ รวมค่าเทอมแล้วก็เหลือแค่ไม่เท่าไหร่จริงๆ เด็กหนุ่มเม้มปากแน่น ไม่ได้กังวลกับจำนวนเงินที่คาดว่าจะเหลือน้อย หากแต่เขากำลังไม่พอใจ...จริงอยู่ที่เงินนี่มันมากพอที่จะช่วยแบ่งเบาภาระเรื่องค่าใช้จ่ายของเขาไปได้เกือบทั้งหมด แต่ถ้ามันเป็นเงินที่มาจากผู้ชายคนนั้น แล้วที่เขาลงทุนหอบข้าวของออกมาจากที่นั่นมันจะได้ประโยชน์อะไรกันล่ะ?
ตัดสินใจได้แล้วก็ยื่นซองเงินคืนให้พี่ชาย
“ไม่ล่ะฮะพี่อนยู พี่เอาคืนไปเถอะ ผมวางมัดจำแล้วก็ลงล่วงหน้าไว้สามเดือนแล้ว กว่าจะต้องจ่ายค่าเช่าอีกทีก็สิ้นเดือนหน้านู่นแน่ะ เงินเก็บก็ยังพอมีเหลืออยู่บ้าง ส่วนเรื่องค่ากินค่าอยู่...ผมว่าเดี๋ยวจะลองหางานพิเศษทำดูฮะ”
“พี่ไม่ขำนะแทมิน” มือขาวจัดดันซองสีน้ำตาลกลับ ดวงหน้าเรียบตึงบ่งบอกชัดเจนว่าถึงอย่างไรเจ้าตัวก็คงไม่คิดจะรับคืนแน่ๆ “ถึงจะบอกว่าไม่มีปัญหาเรื่องห้องก็เถอะ...แล้วเรื่องค่าเทอมล่ะ นายจะเอายังไง”
“พี่ฮะ ผมโตแล้วนะ สูงจะเท่าพี่แล้วเนี่ยเห็นมั้ย” น้องชายร้องอุทธรณ์ในขณะพี่ชายกอดอก ยืดตัวขึ้นพลางเลิกคิ้วข้างหนึ่ง
“แล้วยังไง? ต่อให้นายสูงกว่านี้อีกซักห้าสิบหรือร้อยเซ็นต์ นายก็ยังเป็นอีแทมิน...เป็นน้องชายที่ฉันจะต้องห่วงไปจนวันตายอยู่ดี” พูดไปแล้วก็ค่อยผ่อนท่าทีลง “รับไว้เถอะแทมิน ถ้าไม่คิดจะใช้ ช่วยเก็บเอาไว้ก็ยังดี อย่างน้อยมันก็เป็นเครื่องหมายว่าพี่ยังอยู่ข้างนายเสมอนะ...รู้มั้ย”
พี่ชายลงทุนกล่อมขนาดนี้แล้วจะให้แทมินทำยังไง...? เด็กหนุ่มผมแดงถอนหายใจ ก่อนจะจำยอมพยักหน้ารับ อีจินกิยิ้มกว้างจนตาหยี ขยี้ผมน้องจากที่เซ็ตไว้ฟูอยู่แล้วให้ฟูกว่าเดิมอย่างมันมือ จนน้องชายต้องตีมือให้หยุดนั่นแหละถึงจะยอมเลิก
อีแทมินผลักไหล่พี่ชายเบาๆหนึ่งที แล้วก็โบกมือไล่
“ไหนพี่บอกกลัวพ่อว่าไม่ใช่หรือไง ไม่รีบไปเดี๋ยวก็โดนจับได้เข้าจริงๆหรอก”
คนฟังมีท่าทีอิดออด ใจจริงก็อยากอยู่แย่งขนมน้องชายกินต่ออีกนิด แต่ถึงอย่างนั้นชื่อของบิดาก็ยังไม่วายทำให้รู้สึกหนาวๆร้อนๆ สุดท้ายเลยต้องยอมลุกขึ้นเดินตามแรงจูงของเจ้าของห้องแต่โดยดี
“ส่งพี่แค่หน้าห้องก็ได้” มือเรียวหยิบเสื้อโค้ทที่แขวนฝากไว้ขึ้นสวมทับ ก่อนจะสาวเท้าออกจากห้อง “มีอะไรก็โทรหาพี่ได้ตลอดเลยนะ ดูแลตัวเองดีๆด้วยล่ะเรา”
แทมินส่งยิ้มไล่หลังพี่ชาย...ก่อนที่รอยยิ้มหวานนั้นจะค่อยผ่อนลงในวินาทีถัดมา ร่างสูงโปร่งที่เคลื่อนห่างออกไปเรื่อยๆ ขนาดมองแต่ด้านหลังก็ยังเห็นว่าแผ่นหลังนั้นหยัดตรงอย่างคนที่ถูกอบรมมาให้มีบุคลิกดี ถึงจะอยู่ในชุดไปรเวทธรรมดา แต่ก็ยังดูดีมีราศีจับสมกับที่เป็นทายาทตระกูลอีที่แท้จริง
พี่ชายไม่ใช่คนเก่ง ที่พยายามอย่างหนักจนก้าวขึ้นมาถึงจุดนี้ได้ ทุกอย่างก็เพราะคำว่า ‘ทายาท’ ทั้งนั้น พี่ชายยอมทิ้งยอมทิ้งความฝันของตัวเองก็เพราะคำว่า ‘พี่คนโต’ ...เพราะไม่อยากให้ ‘น้องชาย’ ต้องรับภาระหนัก ‘พี่ชาย’ ถึงทำอะไรตามใจตัวเองไม่ได้
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มหม่นแสง พร้อมๆกับที่มือดันบานประตูให้ปิดลง
ในความคิดของเขา อีจินกิเป็นคนที่น่าชื่นชมเสมอ
...เอามาเทียบอะไรกับเด็กที่ทั้งรั้นทั้งเอาแต่ใจอย่างอีแทมินไม่ได้เลย
เด็กหนุ่มหันหลังกลับ กำลังจะเดินกลับเข้าไปจัดการจานขนมว่างเปล่าบนโต๊ะรับรอง เสียงดังจากตรงโถงทางเดินก็รั้งความสนใจเอาไว้เสียก่อน
โครม!
แทมินสะดุ้ง หมุนตัวกลับแล้วก็รุดไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว เสียงที่ไม่ได้เบาไปกว่ากองอะไรซักอย่างถล่มนั่นทำให้เขานึกเป็นห่วงพี่ชายจอมซุ่มซ่ามขึ้นมาจับใจ
เกิดอะไรขึ้น..!?
TALK
SP THANKS FOR
- แทมินที่รัก สำหรับสเปสเตจเมื่อวาน เพราะแทมินนี่ของป้า(?)เท่มากลูก TvT เราแพ้ผู้ชายเต้นเก่งอ่ะ ฮือๆๆๆ ขอบคุณสวรรค์ที่ทำให้เราได้เจอกันค่ะที่รัก <33 (น้องบอกแกเพ้ออะไร - -* ฮา)
- ทอล์คเพิ่ม ณ วันที่ 08/10/09 - - อ่านฟิคเรื่องนี้แล้วกรุณาคิดภาพคาแรคเตอร์ของแต่ละคนตามโปสเตอร์เท่านั้นนะคะ...ตามนั้นเท่านั้นนะคะ!
ไม่เอาแบบมินิอัลบั้มใหม่นะ TvT เดี๊ยนจิหลั่งน้ำตารดฟ้าTOT โฮฮๆๆๆ
- Quel
qu'un d'à côté เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่า Someone next door ค่ะ :D

















เคี่ยวคยู่อ๋านด้าคาวเตอ
เคี่ยวคยู่อ๋านด้าคาวเตอ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
แปลว่าอะไรก็ไม่รู้ แต่ดูเพราะดี อิ๊อิ๊
มันอ่านว่า คยู่ ไม่ใช่ ขะยู่นะ มันต้องรวบคำ เพราะงั้นก็ไม่ใช่เคียวคยูนะจ้ะ อิอิฮิฮิฮุฮุ
ทำไมอีจินกิคนดีจังวะะ หมั่นไ้สสสสส้
เกิดมาดูดีแ้ล้วยังจิตใจดี โฮกกกกกกกก
แต่แม่งแมนมากเหอะขอบอก แบบพี่ชายรักน้องชายอะไรเทือกนั้น แต่ในความจริงพี่ชายกะน้องชายข้างบ้าน(อีแตง)แม่งจะตีกันอยู่แล้ว - - *
ฮือฮา นางเอกของเราไปไหนละคะเคียวซามะ ?
แล้วจง แล้ว แล้ว ? เทมจีล่ะ ?? แวอี๊สเดมมม หืออ
ประสงค์หลักที่ถามคือ จะขาดใจตายรอนๆกับอาการแบ๊ดของน้องค่ะ ฮืออออออออ ทำไมน้องแบบเด็ดเดี่ยวจัง งิงะ ซารางเฮโย่วววววว
ปล.แทซกต่อยกันัม้ย
ปล2.แทมินแอ๊ะๆเสมอ <33
ปล3 . แล้วคนสวยทรงผมเลดี้กากา้(?)ของเค้าล่ะ ??
#1 By CHAANTH on 2009-10-08 23:53